ขอบคุณภาพ: ATLAS/University of Hawaii/NASA
ภาพรวม
ดาวหาง 3I/ATLAS (ชื่อเต็ม C/2025 N1 (ATLAS)) ถูกค้นพบโดยระบบสำรวจ Asteroid Terrestrial‑impact Last Alert System (ATLAS) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 และได้รับการยืนยันว่าเป็นวัตถุ ข้ามระบบสุริยะ (interstellar object) ดวงที่สามที่รู้จัก หลังจาก 1I/‘Oumuamua (2017) และ 2I/Borisov (2019).
วัตถุนี้มีลักษณะวงโคจรรูปพาราโบลา/ไฮเพอร์โบลา ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่ได้ถูกผูกไว้ในวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ แต่เป็นแขกจากห้วงอวกาศที่ผ่านเข้ามาในระบบของเราแล้วจะจากไป.
---
เหตุการณ์และข้อมูลล่าสุด
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 European Space Agency (ESA) ประกาศว่า ExoMars Trace Gas Orbiter (TGO) และภารกิจอื่นๆ ที่โคจรรอบดาวอังคาร สามารถเก็บข้อมูลแสง/ตำแหน่งของ 3I/ATLAS ได้ ทำให้สามารถ ลดความคลาดเคลื่อนของเส้นทางโคจร ลงถึง “ประมาณ 10 เท่า” เมื่อเทียบกับการใช้กล้องโลกตาเปล่า.
NASA ประกาศว่าในวันที่ 19 พ.ย. 2568 จะมีงานเผยแพร่ภาพถ่ายใหม่ของ 3I/ATLAS ที่ถ่ายโดยยานอวกาศและกล้องโทรทรรศน์หลายแห่งทั่วโลก รวมถึง Hubble และ JWST.
ภาพถ่ายล่าสุดเผยให้เห็นว่า 3I/ATLAS มี หลายหาง (multiple tails) และมีรูปแบบของ “เจ็ต” ฝุ่น/แก๊สพุ่งออกจากนิวเคลียส ซึ่งดูไม่ต่างจากดาวหางในระบบสุริยะ แต่มีรายละเอียดที่แปลกและโดดเด่น.
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ 3I/ATLAS ถูกตรวจพบมีการ ปล่อยน้ำ (หรือตัวแทนของน้ำ เช่น ไฮดรอกซิล OH) แม้ยังอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์มากกว่าที่ดาวหางปกติจะเริ่มแอคทีฟ— ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ “ผิดปกติ” สำหรับวัตถุข้ามระบบ.
---
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สำคัญ
การค้นพบ &ชื่อ
ถูกค้นพบโดยกล้อง ATLAS ที่ชิลี เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2568.
ได้รับชื่อ “3I” หมายถึง “Interstellar object number 3” และ “ATLAS” จากชื่อกล้องสำรวจ.
ลักษณะทางฟิสิกส์และวงโคจร
โคจรแบบไฮเพอร์โบลา (eccentricity > 1) หมายความว่าไม่ถูกระบบสุริยะควบคุม และจะหลุดออกไปในที่สุด.
จุดที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ (perihelion) คือประมาณ 1.4 AU (หน่วยดาราศาสตร์) หรือราว 210 ล้านกิโลเมตร.
มีความเร็วเข้า–ออกสูงมาก ซึ่งสนับสนุนสมมุติฐานว่ามาจากภายนอกระบบสุริยะ.
แก๊ส/องค์ประกอบและพฤติกรรม
พฤติกรรมของ 3I/ATLAS พบว่าแตกต่างจากดาวหางทั่วไป เช่น การปล่อยน้ำ/ไฮดรอกซิลที่ห่างจากดวงอาทิตย์เกินกว่าจะเป็นไปได้สำหรับดาวหางปกติ.
การแบ่งหลายหาง/เจ็ต แสดงว่าอาจมีโครงสร้างภายในหรือทรงของนิวเคลียสที่ไม่ธรรมดา.
---
ทำไม 3I/ATLAS จึงสำคัญ
เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เราได้ “จับภาพ” แขกจากนอกระบบสุริยะ ซึ่งเปิดหน้าต่างสู่การศึกษา “ต้นกำเนิดดาวหาง/ดาวเคราะห์น้อยข้ามระบบ” และวัตถุอวกาศที่ถูกขับออกจากดาวฤกษ์อื่น.
ข้อมูลจาก 3I/ATLAS ช่วยให้เราเข้าใจว่า ระบบสุริยะเราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว แต่มีวัตถุจากภายนอกแวะเข้ามา ซึ่งอาจส่งสารไซเบอร์ (pre-biotic materials) หรือสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับชีวิต.
เส้นทางโคจรและองค์ประกอบของมันอาจเตือนให้เห็นว่า “เศษซากอวกาศนอกระบบ” อาจมีบทบาทต่อโลกของเราในอดีต–หรืออาจในอนาคต.
---
สิ่งที่ยังไม่รู้ &ข้อท้าทาย
แม้จะมีข้อมูลมากขึ้นแต่ขนาดที่แท้จริงของนิวเคลียสยังไม่แน่นอน เพราะถูกฝุ่น/แก๊สคลุม.
เส้นทางในอดีตและต้นกำเนิดดาวฤกษ์ของ 3I/ATLAS ยังไม่สามารถย้อนกลับได้อย่างแม่นยำ.
เนื่องจากพบช้าและเคลื่อนเร็วมาก การส่งยานไปสำรวจโดยตรงแทบเป็นไปไม่ได้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน.
---
สำหรับผู้ชมไทย – จะมองเห็นได้หรือไม่?
ถึงแม้จะมีการบันทึกภาพและข้อมูลจากกล้องใหญ่ทั่วโลก แต่สำหรับคนดูด้วยกล้องสมัครเล่นหรือกล้องสองตาในไทย โอกาสมองเห็น 3I/ATLAS จริงๆ ด้วยตาเปล่าหรือกล้องธรรมดายัง ต่ำมาก เพราะมันค่อนข้างจาง และอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ในช่วงที่ส่องไม่ง่าย.
หากต้องการลองติดตาม ให้เลือกเส้นทางมุมชมที่ฟ้ามืด ไม่มีแสงเมือง และติดตามข่าวการอัปเดตจากองค์กรดาราศาสตร์ไทยหรือเว็บที่แสดงตำแหน่งในเวลานั้น.
---
บทสรุป
3I/ATLAS คือผู้มาเยือนจากนอกระบบสุริยะที่เปิดหน้าต่างใหม่ให้กับมนุษย์ — ไม่ใช่แค่การชมดาวหางธรรมดา แต่เป็นการมหัศจรรย์ของจักรวาลที่ส่งสาร และเรื่องราวจากไกลแสนไกลมาหาเราในช่วงเวลาสั้นๆ การศึกษาและภาพถ่ายล่าสุดที่ NASA/ESA จะเปิดเผย ทำให้เรามีโอกาสได้เข้าใจวัตถุ “ข้ามโลก” ให้ลึกขึ้นมากกว่าที่เคย
Tags:
Space News