เบื้องหลังของเหตุการณ์
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงการอวกาศ เมื่อ Elon Musk ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ SpaceX ออกมาโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์
ตำหนิการทำงานของ Sean Duffy รักษาการผู้อำนวยการขององค์การอวกาศสหรัฐฯ หรือ NASA
โดยระบุว่า NASA “ให้ความได้เปรียบแก่บริษัทคู่แข่ง” ในการจัดสรรสัญญาสำหรับโครงการพัฒนา ยานลงจอดบนดวงจันทร์ (Lunar Lander Contracts)
สัญญาที่เป็นต้นเหตุของข้อขัดแย้ง
โครงการที่เป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งคือ Human Landing System (HLS)
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ Artemis — ภารกิจที่มีเป้าหมายส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งภายในช่วงปลายทศวรรษ 2020
NASA ได้ทำสัญญากับหลายบริษัทเอกชนในการพัฒนาและทดสอบยานลงจอด
ในรอบแรกเมื่อปี 2021 SpaceX ได้รับเลือกให้เป็นผู้พัฒนาหลักของ Artemis III
แต่ในรอบถัดมา NASA เปิดรับข้อเสนอเพิ่มเติมจากบริษัทอื่น เช่น Blue Origin (ของ Jeff Bezos) และ Dynetics
Elon Musk ออกมาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) ว่า
“NASA ควรตัดสินบนพื้นฐานของความสามารถ ไม่ใช่การเมือง”
พร้อมระบุว่า SpaceX ถูก “ลดบทบาท” ในโครงการบางส่วน เพื่อเปิดทางให้บริษัทอื่นได้รับโอกาส
การตอบโต้จาก NASA
ฝ่าย NASA ชี้แจงว่า การเปิดให้บริษัทหลายรายเข้าร่วมแข่งขันเป็นนโยบายระยะยาว
เพื่อกระตุ้นการแข่งขัน สร้างความหลากหลายทางเทคโนโลยี และลดความเสี่ยงของภารกิจ
โฆษกของ NASA กล่าวเพิ่มเติมว่า
“เราให้ความสำคัญกับความร่วมมือ ไม่ใช่การแข่งขัน — ทุกบริษัทมีบทบาทสำคัญในการพามนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์”
ในขณะที่ Sean Duffy ยังไม่ได้ตอบโต้โดยตรง แต่มีรายงานว่า NASA กำลังจัดประชุมหารือภายใน
เพื่อประเมินความคืบหน้าของสัญญาทั้งหมดในโครงการ Artemis
แรงสั่นสะเทือนในวงการอวกาศเอกชน
การแสดงออกของ Elon Musk ครั้งนี้สร้างเสียงสะท้อนกว้าง
เพราะสะท้อนให้เห็นถึง “การแข่งขันที่ร้อนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของอวกาศยุคใหม่”
ระหว่างบริษัทเอกชนที่ต่างต้องการบทบาทสำคัญในโครงการของรัฐบาลสหรัฐฯ
SpaceX ยังคงเป็นบริษัทที่ NASA พึ่งพามากที่สุดในด้านการขนส่งคนและสัมภาระไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
รวมถึงยาน Starship ที่อยู่ระหว่างการทดสอบ ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญของการลงจอดบนดวงจันทร์ในอนาคต
แต่การที่ Blue Origin และ Dynetics ได้รับสัญญาเพิ่มเติม ทำให้เกิดคำถามว่า
NASA กำลัง “กระจายความเสี่ยง” หรือ “ลดบทบาท SpaceX”
ผลกระทบต่ออนาคตของภารกิจ Artemis
แม้ความขัดแย้งจะเกิดขึ้น แต่ NASA ยืนยันว่าโครงการ Artemis จะเดินหน้าตามแผน
โดย Artemis II (ภารกิจนำมนุษย์บินรอบดวงจันทร์) มีกำหนดในปี 2026
และ Artemis III (ภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์) คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2027–2028
ในทางกลับกัน Elon Musk ยังคงยืนยันว่า SpaceX จะเดินหน้าพัฒนา Starship ต่อไป
และมั่นใจว่ายานรุ่นนี้จะพร้อมสำหรับภารกิจดวงจันทร์ก่อนสิ้นทศวรรษ
บทสรุป
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า “อวกาศ” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกต่อไป
แต่เป็นสมรภูมิทางเศรษฐกิจ การเมือง และชื่อเสียงในระดับโลก
การแข่งขันระหว่าง SpaceX, Blue Origin และ NASA
คือแรงผลักสำคัญที่จะกำหนด “ว่าใครจะเป็นผู้พามนุษย์กลับไปยังดวงจันทร์ก่อน”
อ้างอิง:
-
The Times of India – Elon Musk slams NASA acting chief Sean Duffy for favouring SpaceX rivals (Oct 2025)
-
NASA Press Release – Human Landing System Contract Overview
-
SpaceNews, Reuters, ArsTechnica
