สมาคมดาราศาสตร์ชี้แจง “ลูกไฟบนท้องฟ้า” คืนวันที่ 26 ตุลาคม ไม่เกี่ยวข้องกับดาวหางใด ๆ

ในคืนวันที่ 26 ตุลาคม เวลาเที่ยงคืนครึ่ง มีรายงานการพบเห็นแสงวาบสว่างคล้าย “ลูกไฟ” พุ่งผ่านท้องฟ้าจากหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย
ผู้พบเห็นระบุว่ามีแสงสีขาวอมเขียวเคลื่อนผ่านอย่างรวดเร็ว และบางพื้นที่ได้ยินเสียงดังคล้ายแรงระเบิดตามมา

สมาคมดาราศาสตร์ไทย ให้ข้อมูลว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็น “ดาวตกขนาดใหญ่” (Fireball) หรือที่บางคนเรียกว่า “ผีพุ่งไต้”
เกิดจากวัตถุขนาดเล็กในอวกาศ — เช่น เศษหินจาก ดาวเคราะห์น้อย — ที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกด้วยความเร็วสูงจนเกิดการเผาไหม้และปล่อยแสงสว่างออกมา


---

ชี้แจงเพิ่มเติม

สมาคมดาราศาสตร์ยืนยันว่า
ปรากฏการณ์นี้ ไม่เกี่ยวข้องกับดาวหาง 3I/ATLAS หรือดาวหาง Lemmon แต่อย่างใด
เนื่องจากทั้งสองดวงไม่มีวงโคจรที่ตัดผ่านโลกในช่วงเวลานี้
ดังนั้น ลูกไฟที่เห็นจึงมีต้นกำเนิดจาก ดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็กที่เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นระยะอยู่แล้ว


---

คำจำกัดความทางดาราศาสตร์

ดาวตก (Meteor):
สะเก็ดวัตถุจากอวกาศที่เข้าสู่บรรยากาศโลกและถูกเผาไหม้จนเกิดแสงสว่าง

อุกกาบาต (Meteorite):
เศษวัตถุจากดาวตกที่ไหม้ไม่หมดและตกถึงพื้นโลกจริง โดยต้องมีการพบซากทางกายภาพ

ลูกไฟ (Fireball):
ดาวตกที่สว่างมากกว่าปกติ มองเห็นได้ชัดเจนในวงกว้าง แม้อยู่ในเมือง

ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide):
ลูกไฟที่แตกตัวกลางอากาศหรือเกิดการระเบิด ทำให้เห็นแสงวาบและอาจได้ยินเสียงสะท้อนตามมา



---

สรุป

เหตุการณ์ลูกไฟที่ปรากฏบนท้องฟ้าไทยในคืนวันที่ 26 ตุลาคม
เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติจากวัตถุอวกาศขนาดเล็กที่เผาไหม้ในบรรยากาศโลก
ไม่เกี่ยวข้องกับดาวหางหรือวัตถุอวกาศอื่น ๆ และไม่พบหลักฐานของการตกถึงพื้น

ประชาชนสามารถสังเกตเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ได้เป็นครั้งคราว
และหากพบเห็นเหตุการณ์คล้ายกันในอนาคต สามารถส่งภาพหรือวิดีโอให้หน่วยงานดาราศาสตร์เพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้


---

ที่มา: สมาคมดาราศาสตร์ไทย, มติชน, Siam Astronomy วิเคราะห์เพิ่มเติม
เผยแพร่: 26 ตุลาคม 2568
Previous Post Next Post