NASA ปิดฉากภารกิจ MAVEN หลังสำรวจชั้นบรรยากาศดาวอังคารนานกว่า 11 ปี
MAVEN คือภารกิจอะไร
MAVEN เป็นภารกิจแรกของ NASA ที่อุทิศให้กับการศึกษาชั้นบรรยากาศส่วนบน ไอโอโนสเฟียร์ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างดาวอังคารกับดวงอาทิตย์และลมสุริยะโดยเฉพาะ
ยานถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศในเดือนพฤศจิกายน 2013 และเข้าสู่วงโคจรรอบดาวอังคารในปี 2014 ภารกิจหลักเดิมถูกวางไว้เพียง 1 ปี แต่ MAVEN สามารถทำงานต่อเนื่องได้นานกว่าที่คาดไว้อีกกว่า 10 ปี
สัญญาณสุดท้ายและการยุติภารกิจ
NASA ระบุว่า MAVEN ส่งสัญญาณครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม หลังจากนั้นยานเกิดการสูญเสียสัญญาณอย่างไม่คาดคิดเมื่อผ่านหลังดาวอังคาร
ก่อนยานจะเข้าสู่เงาหลังดาวอังคาร ข้อมูลโทรมาตรแสดงว่าระบบย่อยทั้งหมดของยานยังทำงานตามปกติ แต่หลังจากยานโผล่กลับมา เครือข่าย Deep Space Network ของ NASA ไม่สามารถตรวจพบสัญญาณจากยานได้อีก
NASA ตั้งคณะกรรมการทบทวนความผิดปกติในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อตรวจสอบความพยายามในการกู้คืนและประเมินสภาพของยาน ผลการทบทวนระบุว่า MAVEN ไม่สามารถกู้คืนได้ และไม่สามารถปฏิบัติภารกิจวิทยาศาสตร์หรือภารกิจถ่ายทอดข้อมูลได้อีกต่อไป
NASA ยังสอบสวนสาเหตุรากของเหตุการณ์
NASA ระบุว่าผลเบื้องต้นยังไม่ได้ระบุสาเหตุรากของความผิดปกติที่เกิดขึ้น คณะกรรมการทบทวนคาดว่าจะส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ภายในช่วงปลายปีนี้
ขณะเดียวกัน NASA ได้เริ่มกระบวนการปลดระวางภารกิจ MAVEN อย่างเป็นทางการตามขั้นตอนมาตรฐาน โดยจะเก็บถาวรชุดข้อมูลทั้งหมดของภารกิจ เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์และชุมชนการสำรวจอวกาศใช้ศึกษาต่อไปในอนาคต
MAVEN ช่วยไขปริศนาดาวอังคารอย่างไร
หนึ่งในคำถามใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับดาวอังคารคือ เหตุใดดาวเคราะห์ดวงนี้จึงสูญเสียชั้นบรรยากาศจำนวนมากไปในอดีต
หลักฐานทางธรณีวิทยาบ่งชี้ว่า ดาวอังคารเคยมีน้ำของเหลวบนพื้นผิว และอาจเคยมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อชีวิตในอดีต แต่ปัจจุบันดาวอังคารกลับเป็นโลกที่หนาว แห้ง และมีชั้นบรรยากาศเบาบางมาก
MAVEN ช่วยให้เห็นภาพว่าลมสุริยะ พายุสุริยะ และสภาพอากาศอวกาศค่อย ๆ กัดเซาะชั้นบรรยากาศของดาวอังคารออกสู่อวกาศได้อย่างไร
ผลกระทบของดวงอาทิตย์ต่อดาวอังคาร
หนึ่งในผลงานสำคัญช่วงแรกของ MAVEN คือการพบว่า การกัดเซาะชั้นบรรยากาศดาวอังคารเพิ่มขึ้นอย่างมากระหว่างพายุสุริยะ
ทีมวิทยาศาสตร์ศึกษาอนุภาคมีประจุจากดวงอาทิตย์ หรือที่เรียกว่าลมสุริยะ รวมถึงพายุสุริยะที่ปะทะกับดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยอธิบายว่ากระบวนการจากดวงอาทิตย์มีบทบาทสำคัญเพียงใดในการเปลี่ยนดาวอังคารจากโลกที่อาจเคยอยู่ได้ กลายเป็นดาวเคราะห์แห้งแล้งในปัจจุบัน
แสงออโรราบนดาวอังคาร
MAVEN ยังค้นพบออโรราหลายประเภทบนดาวอังคาร ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออนุภาคพลังงานสูงพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและชนกับก๊าซ ทำให้เกิดการเรืองแสง
หนึ่งในการค้นพบสำคัญคือออโรราจากโปรตอน ซึ่งบนโลกมักเกิดในพื้นที่เล็กใกล้ขั้วโลก แต่บนดาวอังคารสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทั้งดาว เนื่องจากดาวอังคารไม่มีสนามแม่เหล็กโลกขนาดใหญ่แบบโลกคอยป้องกัน
การสูญเสียชั้นบรรยากาศแบบ Sputtering
MAVEN เป็นภารกิจแรกที่ตรวจวัดกระบวนการ atmospheric sputtering ได้ที่ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งอย่างละเอียด
กระบวนการนี้เกิดขึ้นเมื่อไอออนพลังงานสูงพุ่งชนชั้นบรรยากาศดาวอังคารแรงพอที่จะผลักโมเลกุลก๊าซให้หลุดออกสู่อวกาศ คล้ายกับการกระโดดลงสระน้ำแล้วทำให้น้ำกระเด็นออกมา
ทีมวิทยาศาสตร์ใช้ข้อมูลตลอด 11 ปีของ MAVEN เพื่อศึกษาก๊าซอาร์กอนในชั้นบรรยากาศ และพบหลักฐานของก๊าซที่ถูกดีดออกสู่ระดับสูงในบริเวณเดียวกับที่อนุภาคพลังงานสูงพุ่งชนชั้นบรรยากาศ
พายุฝุ่นและการสูญเสียน้ำ
ในปี 2018 ดาวอังคารเกิดพายุฝุ่นระดับโลกที่ปกคลุมเกือบทั้งดาว MAVEN ใช้โอกาสนี้ศึกษาว่าพายุฝุ่นส่งผลต่อชั้นบรรยากาศส่วนบนอย่างไร
ผลการศึกษาช่วยยืนยันว่า ความร้อนจากพายุฝุ่นสามารถยกโมเลกุลน้ำให้ขึ้นไปสูงกว่าปกติในชั้นบรรยากาศ ทำให้น้ำถูกพาออกสู่อวกาศได้มากขึ้น
นี่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยอธิบายว่าดาวอังคารสูญเสียน้ำไปอย่างไรตลอดประวัติศาสตร์ของมัน
ช่วยสังเกตการณ์ดาวหาง 3I/ATLAS
นอกจากการศึกษาดาวอังคารแล้ว MAVEN ยังมีส่วนร่วมในการสังเกตดาวหางระหว่างดวงดาว 3I/ATLAS ขณะอยู่ใกล้ดาวอังคาร
ทีม MAVEN ออกแบบแผนสังเกตการณ์ใหม่ในเวลาเพียง 10 วัน เพื่อถ่ายภาพดาวหางในหลายช่วงคลื่น รวมถึงภาพอัลตราไวโอเลตความละเอียดสูง เพื่อค้นหาร่องรอยของไฮโดรเจนจากดาวหาง
มากกว่า 800 งานวิจัย และบทบาทใน Mars Relay Network
ตลอดอายุภารกิจ ทีมวิทยาศาสตร์ MAVEN ผลิตผลงานวิชาการมากกว่า 800 ฉบับ และยังคาดว่าจะมีงานวิจัยเพิ่มเติมจากข้อมูลของภารกิจนี้ในอนาคต
นอกจากบทบาทด้านวิทยาศาสตร์ MAVEN ยังเป็นส่วนสำคัญของเครือข่ายถ่ายทอดข้อมูลจากดาวอังคาร หรือ Mars Relay Network โดยช่วยส่งข้อมูลจากรถสำรวจบนพื้นผิวดาวอังคารกลับมายังโลก
NASA ระบุว่า MAVEN ยังถือสถิติของระบบสุริยะในการถ่ายทอดข้อมูลจากดาวเคราะห์ดวงอื่นมากที่สุดภายในวันเดียว
ข้อมูลสำคัญของ MAVEN
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Mars Atmosphere and Volatile Evolution |
| ปล่อยยาน | พฤศจิกายน 2013 |
| เข้าสู่วงโคจรดาวอังคาร | ปี 2014 |
| ระยะเวลาทำงาน | มากกว่า 11 ปีในวงโคจรดาวอังคาร |
| ภารกิจหลักเดิม | 1 ปี |
| เป้าหมาย | ศึกษาชั้นบรรยากาศส่วนบน ไอโอโนสเฟียร์ และการสูญเสียชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร |
| สัญญาณสุดท้าย | 6 ธันวาคม |
| สถานะ | NASA ประกาศไม่สามารถกู้คืนได้ และเริ่มกระบวนการปลดระวางภารกิจ |
ความสำคัญต่อการส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร
NASA ระบุว่าข้อมูลจาก MAVEN มีความสำคัญต่อการวางแผนปกป้องนักบินอวกาศในอนาคต เพราะการเข้าใจสภาพรังสี สภาพอากาศอวกาศ และปฏิสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวอังคาร จะช่วยกำหนดมาตรการความปลอดภัยสำหรับภารกิจมนุษย์บนดาวอังคาร
แม้ยาน MAVEN จะสิ้นสุดภารกิจแล้ว แต่ข้อมูลที่เก็บมาตลอดกว่าทศวรรษจะยังคงเป็นฐานข้อมูลสำคัญต่อการศึกษาดาวอังคารไปอีกหลายสิบปี
สรุป
การอำลาของ MAVEN คือการปิดฉากภารกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์การสำรวจดาวอังคาร
จากภารกิจหลักเพียง 1 ปี MAVEN กลับทำงานได้นานกว่า 11 ปี ช่วยเปิดเผยกลไกการสูญเสียชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร ศึกษาอิทธิพลของดวงอาทิตย์ ค้นพบออโรรารูปแบบใหม่ วิเคราะห์พายุฝุ่นระดับโลก และสนับสนุนการถ่ายทอดข้อมูลจากยานบนดาวอังคารกลับมายังโลก
แม้ยานจะเงียบหายไปแล้ว แต่ข้อมูลจาก MAVEN จะยังคงพูดแทนมันต่อไปอีกนาน และจะช่วยให้มนุษย์เข้าใจดาวอังคารมากขึ้น ก่อนวันที่เราจะเดินทางไปเหยียบดาวเคราะห์สีแดงด้วยตนเอง
