Siam Astronomy

Hubble เผยภาพกระจุกกาแล็กซี MACS0329-0211 คล้ายฝูงกาแล็กซีกลางอวกาศ | Siam Astronomy

Hubble เผยภาพกระจุกกาแล็กซี MACS0329-0211 คล้ายฝูงกาแล็กซีกลางอวกาศ | Siam Astronomy

Hubble เผยภาพกระจุกกาแล็กซี MACS0329-0211 คล้ายฝูงกาแล็กซีกลางอวกาศ

NASA เผยภาพใหม่จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble Space Telescope ที่แสดงให้เห็น กระจุกกาแล็กซี MACS0329-0211 ซึ่งเต็มไปด้วยกาแล็กซีจำนวนมากกระจุกตัวอยู่บริเวณใจกลางภาพ ภาพนี้ถูกเปรียบว่าแลดูคล้าย “ฝูงผึ้ง” ที่กำลังกลับเข้าสู่รัง

กระจุกกาแล็กซีอย่าง MACS0329-0211 มีความสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาวิวัฒนาการของโครงสร้างเอกภพ เพราะกระจุกกาแล็กซีเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน “ป้ายบอกทาง” ในประวัติศาสตร์ของจักรวาล และยังเป็นเสมือนเลนส์ธรรมชาติขนาดมหึมา ที่ช่วยขยายและบิดเบือนแสงจากกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไปมาก ผ่านปรากฏการณ์ที่เรียกว่า เลนส์ความโน้มถ่วง

เมื่อมองลึกเข้าไปในภาพ จะพบทั้งกาแล็กซีวงรีขนาดใหญ่ กาแล็กซีกังหัน และกาแล็กซีเลนส์ บางแห่งถูกมองจากด้านขอบ ขณะที่บางแห่งเห็นเป็นมุมหันหน้าเข้าหาโลกอย่างชัดเจน ทำให้สามารถมองเห็นแขนกังหันที่โค้งงอของกาแล็กซีได้

บริเวณด้านขวาบนของภาพยังมีส่วนโค้งจาง ๆ ของกาแล็กซีที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งถูกแรงโน้มถ่วงมหาศาลของกระจุกกาแล็กซีบิดเบือนและขยายแสง โดยส่วนโค้งที่ใหญ่ที่สุดปรากฏอยู่เหนือกาแล็กซีวงรีขนาดยักษ์ที่สว่างเด่นในภาพ

นอกจากนี้ หากสังเกตบริเวณใกล้ศูนย์กลางของภาพ จะเห็นเส้นโค้งสีขาวสว่างหลายเส้นตัดกัน คล้ายเลขแปดที่บิดเบี้ยว นักดาราศาสตร์ระบุว่าสิ่งนี้อาจเป็นกาแล็กซีที่อยู่ไกลมากอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งแสงของมันถูกขยายและบิดเบือนโดยแรงโน้มถ่วงของกระจุกกาแล็กซีขนาดใหญ่แห่งนี้

Hubble ใช้กล้องอะไรในการสังเกต

Hubble สังเกตกระจุกกาแล็กซี MACS0329-0211 ภายใต้โครงการสำรวจกระจุกกาแล็กซีที่สว่างในรังสีเอกซ์ โดยนักวิจัยใช้กล้องหลักสองตัวของ Hubble ได้แก่ Advanced Camera for Surveys และ Wide Field Camera 3 เพื่อเก็บข้อมูลทั้งในช่วงแสงที่ตามองเห็นและแสงอินฟราเรด

ความสามารถของ Hubble ในการมองเห็นช่วงคลื่นแสงที่กว้าง ทำให้กล้องโทรทรรศน์อวกาศลำนี้ยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจธรรมชาติของกระจุกกาแล็กซี และโครงสร้างขนาดใหญ่ของเอกภพ

เครดิตภาพ

Image Credit: NASA, ESA, M. Postman (STScI); Image Processing: G. Kober (NASA/Catholic University of America)

เรียบเรียงและแปลโดย: Siam Astronomy

ที่มา: NASA Science

Previous Post Next Post