ย้อนรอย Gene Cernan กับภารกิจเดินอวกาศครั้งที่สองของสหรัฐฯ ที่เกือบกลายเป็นวิกฤต

ย้อนรอย Gene Cernan กับภารกิจเดินอวกาศครั้งที่สองของสหรัฐฯ ที่เกือบกลายเป็นวิกฤต | Siam Astronomy

ย้อนรอย Gene Cernan กับภารกิจเดินอวกาศครั้งที่สองของสหรัฐฯ ที่เกือบกลายเป็นวิกฤต

แปลและเรียบเรียงโดย Siam Astronomy | อ้างอิง NASA Image Article | 5 มิถุนายน 2026

Image credit: NASA

NASA เผยแพร่บทความภาพ “First Steps: America’s Grueling Second Spacewalk” ย้อนรอยภารกิจเดินอวกาศครั้งที่สองของสหรัฐอเมริกา เมื่อ Gene Cernan นักบินอวกาศจากภารกิจ Gemini IX-A ออกจากยานเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 1966 แต่กลับต้องเผชิญกับภารกิจ EVA ที่หนักหน่วงเกินคาด จนทำให้ NASA ต้องปรับแนวทางการฝึก อุปกรณ์ และชุดอวกาศสำหรับภารกิจในอนาคต

จากก้าวแรกของ Edward White สู่บททดสอบของ Gene Cernan

หนึ่งปีก่อนหน้านั้น Edward H. White นักบินอวกาศภารกิจ Gemini IV ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นชาวอเมริกันคนแรกที่เดินอวกาศ

หลังความสำเร็จดังกล่าว NASA เตรียมเดินหน้าภารกิจ EVA ที่ท้าทายยิ่งขึ้น โดยเดิมทีภารกิจนี้ถูกวางไว้สำหรับ Gemini VIII แต่หลังจาก Gemini VIII ต้องยุติภารกิจเร็ว กิจกรรมเดินอวกาศจึงถูกย้ายมาอยู่กับ Gemini IX-A และ Gene Cernan เป็นผู้รับหน้าที่

ภารกิจที่วางแผนไว้ 167 นาที

การเดินอวกาศของ Cernan ถูกออกแบบให้เป็นกิจกรรมยาวถึง 167 นาที หรือเกือบ 3 ชั่วโมง โดยมีเป้าหมายหลายอย่าง รวมถึงการทดสอบอุปกรณ์และขั้นตอน EVA ที่จำเป็นต่อภารกิจอวกาศยุคต่อไป

ในวันที่ 5 มิถุนายน 1966 ซึ่งเป็นวันที่สามของภารกิจ Gemini IX-A Cernan ออกจากยานเพื่อเริ่มปฏิบัติภารกิจในสภาพแวดล้อมไร้น้ำหนักและสุญญากาศ

แต่ไม่นานหลังจากเริ่ม EVA เขาพบว่าการเคลื่อนไหวทุกอย่างยากกว่าที่คาดมาก ชุดอวกาศมีความแข็งสูง ทำให้แม้แต่การขยับตัวหรือทำงานพื้นฐานก็ต้องใช้แรงมหาศาล

ภารกิจนี้กลายเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดของ NASA ว่า การเดินอวกาศไม่ใช่เพียงการออกจากยาน แต่ต้องมีชุดอวกาศ ระบบระบายความร้อน อุปกรณ์ยึดจับ และการฝึกที่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ภายในเวลาไม่นาน Cernan เริ่มเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงและมีเหงื่อออกมาก ชุดอวกาศในยุคนั้นระบายความร้อนด้วยการหมุนเวียนออกซิเจนเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอเมื่อร่างกายต้องออกแรงมากต่อเนื่อง

ขณะพยายามทำงานตามเป้าหมายของ EVA หมวกของเขาเกิดฝ้าจนบดบังการมองเห็นแทบทั้งหมด ทำให้สถานการณ์ยิ่งอันตรายขึ้น

อัตราการเต้นหัวใจของ Cernan เพิ่มสูงถึงประมาณ 180 ครั้งต่อนาที และเมื่อความกังวลเพิ่มขึ้นว่าเขาอาจหมดสติ NASA จึงตัดสินใจยุติการเดินอวกาศก่อนแผนเดิม

จบ EVA หลัง 2 ชั่วโมง 8 นาที

แม้ภารกิจเดิมจะวางไว้ 167 นาที แต่การเดินอวกาศของ Cernan สิ้นสุดลงหลัง 2 ชั่วโมง 8 นาที

เมื่อ Gemini IX-A กลับสู่โลก แพทย์พบว่า Cernan น้ำหนักลดลงถึง 13 ปอนด์ หรือประมาณ 5.9 กิโลกรัม ระหว่างภารกิจ 3 วัน โดยส่วนใหญ่เป็นน้ำที่สูญเสียไประหว่าง EVA

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเดินอวกาศครั้งนั้นใช้พลังงานและสร้างความเครียดต่อร่างกายมากเพียงใด

บทเรียนที่เปลี่ยนอนาคตการเดินอวกาศ

แม้ภารกิจนี้จะยากลำบาก แต่ประสบการณ์ของ Cernan กลับกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ NASA ปรับปรุงการเดินอวกาศในเวลาต่อมา

NASA นำบทเรียนจาก Gemini IX-A ไปปรับปรุงวิธีฝึกนักบินอวกาศ ขั้นตอน EVA อุปกรณ์ยึดจับ และการออกแบบชุดอวกาศให้เหมาะสมกับการทำงานจริงนอกยานมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กลายเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมนักบินอวกาศสำหรับภารกิจบนพื้นผิวดวงจันทร์ในโครงการ Apollo เพียงไม่กี่ปีต่อมา

ความล้มเหลวบางส่วนของภารกิจ Gemini IX-A ไม่ได้หยุดความก้าวหน้าของ NASA แต่ช่วยให้หน่วยงานเข้าใจข้อจำกัดของมนุษย์และอุปกรณ์ในอวกาศอย่างลึกซึ้งขึ้น

ข้อมูลสำคัญของการเดินอวกาศครั้งนี้

หัวข้อ ข้อมูล
บทความภาพ First Steps: America’s Grueling Second Spacewalk
หน่วยงาน NASA
นักบินอวกาศ Gene Cernan
ภารกิจ Gemini IX-A
วันที่เดินอวกาศ 5 มิถุนายน 1966
ประเภทกิจกรรม Extravehicular Activity (EVA)
เวลาที่วางแผนไว้ 167 นาที
เวลาที่เกิดขึ้นจริง 2 ชั่วโมง 8 นาที
ปัญหาสำคัญ ชุดอวกาศแข็ง เหนื่อยล้ารุนแรง หมวกเป็นฝ้า อัตราการเต้นหัวใจสูง
ผลลัพธ์ระยะยาว นำไปสู่การปรับปรุงการฝึก EVA อุปกรณ์ และชุดอวกาศสำหรับภารกิจ Apollo

สรุป

การเดินอวกาศของ Gene Cernan ในภารกิจ Gemini IX-A เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การสำรวจอวกาศยุคแรกเต็มไปด้วยความเสี่ยงและบทเรียนราคาแพง

แม้ Cernan ต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าอย่างหนัก หมวกเป็นฝ้า และชุดอวกาศที่ทำให้การเคลื่อนไหวยากลำบาก แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ได้เปลี่ยนวิธีคิดของ NASA ต่อการเดินอวกาศอย่างถาวร

บทเรียนจากภารกิจนี้ช่วยปูทางให้มนุษย์สามารถทำงานนอกยานได้ดีขึ้น และกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จในภารกิจ Apollo ที่พามนุษย์ไปเดินบนดวงจันทร์ในเวลาต่อมา

Previous Post Next Post