SpaceX ขยายโครงข่าย Starlink รวดเร็ว – ทำปี 2025 สถิติใหม่

ในปี 2025 SpaceX ได้รีดศักยภาพของระบบจรวดนำกลับใช้ซ้ำได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการปล่อย Falcon 9 เพื่อส่งดาวเทียม Starlink จำนวนมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด งานวิเคราะห์ล่าสุดพบว่า “ราว 48 จากกว่า 64 ภารกิจของ Falcon 9 ในปีนี้ เป็นการปล่อยของ Starlink” ซึ่งถือว่าสัดส่วนเกินครึ่งอย่างมีนัยสำคัญ. 
พร้อมทั้ง SpaceX สะสมยอดดาวเทียม Starlink ที่ส่งขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลก (Low Earth Orbit) จนเกินกว่า 2,000 ดวงภายในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้. 


---

รายละเอียดสำคัญ

ภารกิจ Starlink ในปีนี้มีการปล่อยชุดดาวเทียมจำนวน 24-28 ดวงต่อเที่ยวเป็นประจำ (เช่น ภารกิจหนึ่งปล่อย 28 ดวงจาก Cape Canaveral) 

Falcon 9 รุ่นที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นบูสเตอร์ที่ผ่านการใช้งานแล้วหลายครั้ง ซึ่งแสดงถึงการใช้ระบบรีไูซ อย่างจริงจังของ SpaceX 

ตั้งแต่ต้นปี 2025 จนถึงช่วงกลางปี SpaceX ได้ปล่อยจรวดมากกว่า 100 เที่ยวแล้ว และตั้งเป้าทั้งปีไว้ที่ประมาณ 170 เที่ยว ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นสถิติใหม่ของอุตสาหกรรม. 



---

ทำไมจึงสำคัญต่ออวกาศและอินเทอร์เน็ตโลก

1. โครงข่าย Starlink ขยายตัวเร็วขึ้น – ด้วยการปล่อยดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง SpaceX ก้าวสู่สถานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมที่ครอบคลุมทั่วโลกมากขึ้น


2. ต้นทุนปล่อยลดลง – การใช้งานบูสเตอร์ซ้ำได้หลายครั้ง ลดต้นทุนต่อเที่ยว และเพิ่มความถี่ของภารกิจ ทำให้โครงการขนาดใหญ่ที่ขึ้นอยู่กับการส่งดาวเทียมมีโอกาสมากขึ้น


3. แรงกดดันด้านกฎระเบียบและซากอวกาศ – การปล่อยดาวเทียมจำนวนมากขึ้นในวงโคจรต่ำ ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่อง “ขยะอวกาศ” และการแข่งขันในพื้นที่อวกาศที่ใกล้ LEO


4. ตลาดภารกิจปล่อยพัฒนา – ความสามารถของ Falcon 9 และโมเดลธุรกิจของ SpaceX ส่งผลให้บริษัทอื่นในอุตสาหกรรมต้องเร่งตัว หรือหาช่องทางใหม่เพื่อแข่งขัน




---

ข้อท้าทายที่ยังเผชิญ

แม้จะมีการปล่อยมากขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ การจัดการจรวดนำกลับ และการหลีกเลี่ยงการชนในวงโคจร

การใช้วงโคจรมาก อาจส่งผลต่อการสังเกตอวกาศ เช่น กล้องดาราศาสตร์ ที่ได้รับผลกระทบจากแสงสะท้อนหรือเส้นทางของดาวเทียม

กฎระเบียบสากลเกี่ยวกับการใช้วงโคจรต่ำ และ การปล่อยดาวเทียมแบบแมส ยังต้องพัฒนาให้ทันกับความถี่ของภารกิจ



---

สรุป

ปี 2025 ถือเป็น “ปีทอง” ของ SpaceX ในด้านความถี่และปริมาณการส่งดาวเทียม Starlink โดยใช้ Falcon 9 เป็นโคนแท่นหลัก
นับว่าโมเดลธุรกิจ และเทคโนโลยีรีไูซ ของบริษัททำให้แพลตฟอร์มอวกาศเปลี่ยนโฉมไปในทางที่ขยายตัวเร็ว และมีผลต่อระบบสื่อสารของมนุษย์อย่างชัดเจน
แม้ยังมีความท้าทายรออยู่ แต่การก้าวกระโดดครั้งนี้นับว่าสำคัญและควรเฝ้าติดตาม
Previous Post Next Post