ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ คืน 21 ตุลาคมนี้ – เศษฝุ่น “ดาวหางฮัลเลย์” กลับมาเยือนอีกครั้ง

 



ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ 21–22 ตุลาคม 2568 ร่องรอยดาวหางฮัลเลย์ พร้อมตารางสรุปเวลาชม

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ 21–22 ตุลาคม 2568 ร่องรอยแห่งดาวหางฮัลเลย์บนท้องฟ้า

ในคืนวันที่ 21 ถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ผู้ชมทั่วประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก จะได้พบกับปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่โดดเด่นช่วงปลายปี “ฝนดาวตกโอไรออนิดส์” (Orionid Meteor Shower) ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเศษฝุ่นของดาวหางฮัลเลย์ (Halley’s Comet) ดาวหางชื่อดังในประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์

ตารางสรุปข้อมูลฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (Orionids) ปี 2568

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อปรากฏการณ์ ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (Orionid Meteor Shower)
ต้นกำเนิด เศษฝุ่นจากดาวหางฮัลเลย์ (Halley’s Comet)
คืนพีก (ไทย) คืนวันที่ 21 ต.ค. 2568 ต่อเนื่องถึงเช้ามืด 22 ต.ค. 2568
ช่วงเวลาชมดีที่สุด (ไทย) หลังเที่ยงคืน – ประมาณตี 4 (แนะนำตี 2–ตี 4)
อัตราการเห็นโดยประมาณ เฉลี่ย 10–20 ดวงต่อชั่วโมง (อาจมากกว่านั้นหากฝุ่นหนาแน่น)
ความเร็วของอนุภาค ประมาณ 66 กิโลเมตรต่อวินาที
จุดกระจาย (Radiant) บริเวณกลุ่มดาวโอไรออน (Orion) ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงเช้ามืด
สภาพท้องฟ้าเอื้อต่อการชม ช่วงดวงจันทร์มืด (New Moon) ท้องฟ้ามืด ลดแสงรบกวน
อุปกรณ์ที่แนะนำ ดูด้วยตาเปล่า (ไม่จำเป็นต้องใช้กล้อง) เพราะดาวตกกระจายกว้างทั่วฟ้า
ข้อแนะนำสำคัญ ห่างแสงเมือง ปรับสายตา 20–30 นาที ไม่ใช้แฟลช/หน้าจอสว่าง

จุดกำเนิดจากดาวหางฮัลเลย์

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์เกิดขึ้นเมื่อโลกเคลื่อนผ่านแนววงโคจรที่เต็มไปด้วยเศษหินและฝุ่นละเอียด ที่หลุดออกจากดาวหางฮัลเลย์ระหว่างการโคจรรอบดวงอาทิตย์ อนุภาคเหล่านี้มีขนาดเล็กมาก แต่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงประมาณ 66 กิโลเมตรต่อวินาที เมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกจะเกิดการเสียดสีและเผาไหม้ จนเปล่งแสงเป็นเส้นสว่างพาดผ่านท้องฟ้า ซึ่งเราเรียกว่า “ดาวตก”

ดาวหางฮัลเลย์มีคาบโคจรราว 76 ปี ปรากฏให้เห็นครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) และจะกลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2604 (ค.ศ. 2061) แม้ตัวดาวหางจะอยู่ไกล แต่เศษฝุ่นที่ทิ้งไว้ทำให้เรามีโอกาสชมฝนดาวตกโอไรออนิดส์ได้ทุกปี

ช่วงพีกและเวลารับชมในประเทศไทย

ปีนี้คาดว่าฝนดาวตกโอไรออนิดส์จะพีกในคืนวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ต่อเนื่องถึงรุ่งเช้าวันที่ 22 ตุลาคม โดยช่วงเวลาที่เห็นได้ดีที่สุดคือหลังเที่ยงคืนถึงประมาณตี 4 และเหมาะที่สุดราวตี 2–ตี 4 เพราะเป็นช่วงที่กลุ่มดาวโอไรออนอยู่สูงขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้โอกาสเห็นดาวตกมากขึ้น

แม้ดาวตกจะปรากฏกระจายทั่วท้องฟ้า แต่หากลากเส้นย้อนกลับตามแนวการพุ่งของดาวตกหลายดวง จะเห็นว่าดูเหมือนพุ่งออกมาจากบริเวณกลุ่มดาวโอไรออน จึงเป็นที่มาของชื่อ “Orionids”

คำแนะนำการสังเกตการณ์

  • เลือกสถานที่มืดและโล่ง ห่างจากแสงไฟเมือง
  • ปรับสายตาให้ชินกับความมืดอย่างน้อย 20–30 นาที
  • ชมด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องใช้กล้อง เพราะดาวตกเกิดทั่วฟ้าในมุมกว้าง
  • หลีกเลี่ยงหน้าจอสว่างหรือแฟลช เพราะรบกวนการปรับสายตา
  • เอนหลังหรือใช้เสื่อ/เก้าอี้ เพื่อมองท้องฟ้าได้สบายต่อเนื่อง

ความสำคัญทางดาราศาสตร์

ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ไม่ได้เป็นเพียงภาพสวยงามบนท้องฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าต่อการศึกษาฝุ่นอวกาศ และปฏิกิริยาของอนุภาคเมื่อเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก นักวิทยาศาสตร์ใช้การสังเกตดาวตกเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของฝุ่น ความเร็ว ทิศทาง และความสัมพันธ์กับแหล่งกำเนิดอย่างดาวหาง ซึ่งช่วยเพิ่มความเข้าใจทั้งในด้านวัตถุขนาดเล็กในระบบสุริยะ และคุณสมบัติของชั้นบรรยากาศโลก

สรุป

คืนวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ต่อเช้ามืดวันที่ 22 ตุลาคม คือหนึ่งใน “โอกาสทอง” สำหรับคนรักท้องฟ้าในประเทศไทย ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ ร่องรอยแห่งการเดินทางของดาวหางฮัลเลย์ จะกลับมาสร้างความงดงามอีกครั้ง หากคุณมีท้องฟ้าเปิดและอยู่ไกลแสงเมือง เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปเฝ้ามองท้องฟ้าด้วยตาเปล่าในช่วงตี 2–ตี 4 เพื่อเพิ่มโอกาสเห็นดาวตกให้มากที่สุด

Previous Post Next Post