13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช

ทำไม NARIT ถึงตั้งสำนักงานใหญ่ที่เชียงใหม่? เปิดประวัติจากดอยอินทนนท์สู่ศูนย์กลางดาราศาสตร์ไทย | Siam Astronomy

ทำไม NARIT จึงมีสำนักงานใหญ่ที่เชียงใหม่? ย้อนประวัติดอยอินทนนท์และดาราศาสตร์ไทย

ภาพประกอบบทความเกี่ยวกับ NARIT จังหวัดเชียงใหม่
Credit: Atipat Lauwapong/Siam Astronomy

ทำไมสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT จึงมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่? หากย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทย จะพบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความเชื่อมโยงกับการพัฒนาหอดูดาวแห่งชาติและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดาราศาสตร์มาอย่างยาวนาน

ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่ง ได้แก่ หอดูดาวแห่งชาติบนดอยอินทนนท์ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธรในอำเภอแม่ริม และหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติในอำเภอดอยสะเก็ด

Siam Astronomy รวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของ NARIT เพื่อพาย้อนดูประวัติศาสตร์การพัฒนาดาราศาสตร์ไทย และทำความรู้จักบทบาทของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานด้านดาราศาสตร์ของประเทศ

จุดเริ่มต้นในปี 2540 จากการสังเกตดาวหางเฮล-บอปป์

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ปรากฏอยู่ในประวัติของ NARIT เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2540

ในวันดังกล่าว มีการสังเกตการณ์ดาวหางเฮล-บอปป์ (Comet Hale-Bopp หรือ C/1995 O1) ณ ยอดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ตามข้อมูลประวัติศาสตร์ของ NARIT เหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันที่จะสร้างหอดูดาวแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย

ต่อมาในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมในขณะนั้น ได้สนับสนุนแนวคิดการจัดทำโครงการจัดตั้งหน่วยงานดาราศาสตร์ของประเทศไทย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว แนวคิดการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ระดับชาติจึงค่อย ๆ พัฒนาขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การก่อตั้ง NARIT ในเวลาต่อมา

ดอยอินทนนท์กับความสำคัญด้านการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์

ดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศไทย และเป็นสถานที่ตั้งของหอดูดาวแห่งชาติไทย

หอดูดาวแห่งชาติตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ระดับความสูงประมาณ 2,457 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

พื้นที่ตั้งหอดูดาวมีความสำคัญอย่างมากต่อคุณภาพการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ เนื่องจากนักดาราศาสตร์ต้องคำนึงถึงสภาพท้องฟ้าและชั้นบรรยากาศที่ส่งผลต่อการรับแสงจากวัตถุท้องฟ้า

ระดับความสูงของพื้นที่

การตั้งหอดูดาวบนพื้นที่สูงช่วยลดผลกระทบบางส่วนจากชั้นบรรยากาศใกล้พื้นดิน อย่างไรก็ตาม คุณภาพการสังเกตการณ์ยังขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและปัจจัยด้านบรรยากาศอื่น ๆ ด้วย

ความมืดของท้องฟ้า

การสังเกตวัตถุท้องฟ้าที่มีความสว่างน้อย เช่น กาแล็กซี เนบิวลา และกระจุกดาว จำเป็นต้องอาศัยพื้นที่ที่มีมลภาวะทางแสงต่ำ

พื้นที่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงในเมืองจึงมีข้อได้เปรียบสำหรับการศึกษาวัตถุท้องฟ้าที่มีความสว่างต่ำ

สภาพอากาศและความชื้น

ความชื้น เมฆ และหมอกเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการสังเกตการณ์ โดยเฉพาะการถ่ายภาพดาราศาสตร์ด้วยกล้องโทรทรรศน์เชิงแสง

ในบางช่วงของฤดูหนาว ดอยอินทนนท์มีสภาพอากาศเอื้อต่อการสังเกตการณ์ แต่ในฤดูฝนอาจมีเมฆและความชื้นสูง ทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ทุกคืนตลอดทั้งปี

ความนิ่งของชั้นบรรยากาศ

การเคลื่อนที่และความปั่นป่วนของอากาศสามารถทำให้ภาพวัตถุท้องฟ้าจากกล้องโทรทรรศน์พร่ามัวได้ ปัจจัยนี้เรียกว่า Astronomical Seeing

การพิจารณาสถานที่ตั้งหอดูดาวจึงต้องคำนึงถึงคุณภาพท้องฟ้าหลายด้านร่วมกัน

NARIT ระบุว่าหอดูดาวแห่งชาติมีนักดาราศาสตร์และนักวิจัยจากทั่วโลกเข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อศึกษาวิจัยดาราศาสตร์ไม่น้อยกว่า 200 คืนต่อปี

จากแนวคิดสู่โครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ที่ประชุมคณบดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยมีมติเสนอโครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติต่อกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ต่อมาในวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 โครงการจัดตั้งสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติได้รับความเห็นชอบ ด้วยวงเงิน 312 ล้านบาท ตามข้อมูลประวัติของ NARIT

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2549 มีการเห็นชอบให้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติเข้าร่วมเป็นสมาชิกระดับประเทศของสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ หรือ International Astronomical Union (IAU)

NARIT ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2552 ในฐานะองค์การมหาชนด้านดาราศาสตร์ของประเทศไทย

การจัดตั้งสถาบันทำให้ประเทศไทยมีหน่วยงานหลักสำหรับสนับสนุนงานวิจัยดาราศาสตร์ การพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และความร่วมมือกับสถาบันต่างประเทศ

หอดูดาวแห่งชาติบนดอยอินทนนท์ เปิดดำเนินการปี 2556

หอดูดาวแห่งชาติเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2554 และเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

สถานที่ตั้งอยู่บริเวณสถานีทวนสัญญาณทีโอที กิโลเมตรที่ 44.4 ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ภายในติดตั้งกล้องโทรทรรศน์แห่งชาติขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์เชิงแสงสำหรับการวิจัยทางดาราศาสตร์

กล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวเป็นกล้องสะท้อนแสงแบบ Ritchey-Chrétien ใช้กระจกหลักขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สำหรับเก็บข้อมูลทางดาราศาสตร์ได้หลายประเภท

โครงสร้างพื้นฐานนี้สนับสนุนการศึกษาวัตถุท้องฟ้าหลากหลายชนิด และเปิดโอกาสให้นักดาราศาสตร์ไทยสามารถดำเนินงานวิจัยด้วยกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ภายในประเทศ

นอกจากนี้ NARIT ยังจัดกิจกรรมเปิดบ้านหอดูดาวแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้การทำงานของนักดาราศาสตร์และเทคโนโลยีกล้องโทรทรรศน์

สำนักงานใหญ่ NARIT ตั้งอยู่ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม

แม้หอดูดาวแห่งชาติจะตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ แต่สำนักงานใหญ่ของ NARIT ตั้งอยู่ภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร (Princess Sirindhorn AstroPark) ในอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

ที่อยู่สำนักงานใหญ่คือ 260 หมู่ 4 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ 50180

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธรมีพื้นที่รวมประมาณ 52 ไร่ เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2555 และเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2563

ก่อนการพัฒนาอุทยานฯ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552 คณะกรรมการบริหารสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ พร้อมด้วยผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ ได้เข้าสำรวจพื้นที่ซึ่งต่อมากลายเป็นอุทยานดาราศาสตร์สิรินธรในปัจจุบัน

ภายในอุทยานฯ มีอาคารสำนักงานใหญ่ ห้องปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ห้องสมุด หอจดหมายเหตุดาราศาสตร์ ศูนย์ฝึกอบรม และพื้นที่สำหรับการสื่อสารดาราศาสตร์สู่สาธารณชน

อุทยานดาราศาสตร์สิรินธรยังมีท้องฟ้าจำลองและนิทรรศการดาราศาสตร์สำหรับประชาชน รวมถึงกิจกรรมดูดาวที่จัดตามกำหนดการของสถาบัน

จึงกล่าวได้ว่าอุทยานดาราศาสตร์สิรินธรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหาร การวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการถ่ายทอดองค์ความรู้ทางดาราศาสตร์ของ NARIT

เชียงใหม่ยังมีหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ

อีกหนึ่งโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่คือหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอดอยสะเก็ด

ภายในติดตั้งกล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 เมตร สำหรับรับสัญญาณคลื่นวิทยุจากวัตถุท้องฟ้า

กล้องโทรทรรศน์วิทยุมีหลักการทำงานแตกต่างจากกล้องโทรทรรศน์เชิงแสง เนื่องจากตรวจวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงความยาวคลื่นวิทยุ

การศึกษาดาราศาสตร์ด้วยคลื่นวิทยุช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจสอบปรากฏการณ์ที่ไม่สามารถศึกษาด้วยแสงที่ตามองเห็นได้เพียงอย่างเดียว

การมีโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านดาราศาสตร์เชิงแสงและดาราศาสตร์วิทยุในจังหวัดเชียงใหม่ จึงช่วยขยายศักยภาพด้านการวิจัยของประเทศไทย

เชียงใหม่กับการสร้างบุคลากรดาราศาสตร์รุ่นใหม่

ภารกิจของ NARIT ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการศึกษาวิจัย แต่ยังครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์

จังหวัดเชียงใหม่จึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมฝึกอบรม การเรียนรู้ และกิจกรรมความร่วมมือทางดาราศาสตร์หลายประเภท

ตัวอย่างหนึ่งคือ ASEAN Astronomy Camp 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–13 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยมีเยาวชน 42 คนจาก 12 ประเทศเข้าร่วมกิจกรรม

ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ของประเทศไทย รวมถึงหอดูดาวแห่งชาติ กล้องโทรทรรศน์วิทยุแห่งชาติ และห้องปฏิบัติการภายในอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร

กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนบทบาทของเชียงใหม่ในการเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านดาราศาสตร์ในระดับภูมิภาค

NARIT ยังมีเครือข่ายหอดูดาวในภูมิภาคอื่นของประเทศไทย

แม้สำนักงานใหญ่จะตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ NARIT มีภารกิจสนับสนุนการศึกษาวิจัยและการเผยแพร่ความรู้ทางดาราศาสตร์ทั่วประเทศ

สถาบันมีเครือข่ายหอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น

หอดูดาวเหล่านี้ช่วยเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เข้าถึงกล้องโทรทรรศน์ กิจกรรมสังเกตการณ์ท้องฟ้า และความรู้ทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ NARIT ยังมีสำนักงานประสานงานในกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับการดำเนินงานและการประสานงานของสถาบัน

สรุป: เชียงใหม่กับเส้นทางการพัฒนาดาราศาสตร์ไทย

จากข้อมูลประวัติศาสตร์ของ NARIT จังหวัดเชียงใหม่มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาดาราศาสตร์ไทยมาตั้งแต่การสังเกตดาวหางเฮล-บอปป์บนดอยอินทนนท์ในปี พ.ศ. 2540

เหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับแนวคิดการสร้างหอดูดาวแห่งชาติ ก่อนที่ประเทศไทยจะพัฒนาสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติและโครงสร้างพื้นฐานด้านการศึกษาวิจัยขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของหอดูดาวแห่งชาติ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร และหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์วิทยุแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันแต่สนับสนุนการพัฒนาดาราศาสตร์ของประเทศไทยร่วมกัน

สำนักงานใหญ่ NARIT ตั้งอยู่ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานด้านการบริหาร การวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการสื่อสารดาราศาสตร์

เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะหนึ่งในพื้นที่สำคัญของวงการดาราศาสตร์ไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Siam Astronomy จะติดตามและนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ไทย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์อวกาศของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

1. NARIT – ประวัติสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
NARIT Timeline

2. NARIT – หอดูดาวแห่งชาติ
Thai National Observatory

3. NARIT – อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร
Princess Sirindhorn AstroPark

4. NARIT – ประวัติพื้นที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร
จากแรกเริ่มสู่ปัจจุบัน

5. NARIT – ข้อมูลสำนักงานใหญ่และสำนักงานประสานงาน
NARIT Contact Us

6. NARIT – ข้อมูลหอสังเกตการณ์และกล้องโทรทรรศน์
NARIT Official Website

7. NARIT – ASEAN Astronomy Camp 2026
ASEAN Astronomy Camp 2026


เครดิตข้อมูล: สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) – NARIT

เครดิตภาพ: Atipat Lauwapong/Siam Astronomy

ค้นคว้าและเรียบเรียงโดย Siam Astronomy

Previous Post Next Post