ธนาธรตอบตรง ๆ: ไทยควรมี Spaceport ไหม คนไทยจะได้ไปดวงจันทร์หรือไม่?
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยกับ Siam Astronomy ในบทสัมภาษณ์ความยาวประมาณ 57 นาที เกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยในยุค AI วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรมอวกาศ Spaceport การศึกษา และโอกาสของเยาวชนไทย
สาระสำคัญจากบทสัมภาษณ์
1. การเตรียมตัวของเยาวชนไทยในยุค AI
การใช้ AI ให้เป็นเครื่องมือ: คุณธนาธรมองว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือ Productivity อย่างมหาศาล เยาวชนจึงควรเรียนรู้วิธีใช้ AI เพื่อค้นคว้า วิเคราะห์ และแก้ปัญหา ไม่ใช่มอง AI เป็นเพียงสิ่งที่จะเข้ามาแทนที่มนุษย์
ทักษะและกรอบความคิด: นอกเหนือจากความรู้ในตำรา คุณธนาธรให้ความสำคัญกับ Empathy หรือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การเรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน และการออกไปพบผู้คนที่มีชีวิตและพื้นฐานแตกต่างกัน เพื่อให้เข้าใจสังคมอย่างรอบด้าน
การเรียนรู้ตลอดชีวิต: เยาวชนควรรักษาความสงสัยและความอยากรู้อยากเห็น หรือ Stay Curious พร้อมพัฒนาทักษะด้วยการลงมือทำ ฝึกฝน และทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง
2. โอกาสของอุตสาหกรรมอวกาศในประเทศไทย
โอกาสและอุปสรรค: อุตสาหกรรมอวกาศมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลในระดับโลก แต่ประเทศไทยยังขาดระบบนิเวศหรือ Ecosystem รวมถึงแผนแม่บทที่ชัดเจนสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้
แนวคิดเรื่อง Spaceport: การพัฒนา Spaceport ในประเทศไทยเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการสร้างสถานที่ปล่อยจรวด ประเทศไทยควรหาพันธมิตรจากต่างประเทศ เพื่อรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และสร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพื่อให้คนไทยและภาคอุตสาหกรรมไทยได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง
คนไทยกับการเดินทางไปดวงจันทร์: คุณธนาธรมองว่า ในระยะเวลาอันใกล้ การตั้งเป้าสร้างนักวิทยาศาสตร์ไทยให้ได้รับรางวัลโนเบล อาจมีความเป็นไปได้และสร้างรากฐานให้ประเทศได้มากกว่า การมุ่งส่งคนไทยไปดวงจันทร์ทันที
3. วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาประเทศ
การลงทุนในวิทยาศาสตร์พื้นฐาน: Basic Science เป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีและนวัตกรรม หากประเทศไทยต้องการก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว จำเป็นต้องลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลามากกว่า 10–20 ปี จึงจะเห็นอย่างชัดเจน
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา: ปัญหาสำคัญของประเทศไทยคือเด็กแต่ละพื้นที่เข้าถึงทรัพยากร โอกาส และคุณภาพการศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะเด็กในต่างจังหวัดที่มักเสียเปรียบกว่าเด็กในเมืองใหญ่
4. บทบาทของสื่อวิทยาศาสตร์ขนาดเล็ก
คุณธนาธรกล่าวถึงความสำคัญของสื่อวิทยาศาสตร์รายย่อย ที่ช่วยนำเรื่องยากและข้อมูลเชิงวิชาการมาย่อยให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายขึ้น พร้อมมองว่าสื่อเหล่านี้มีบทบาทในการสร้างความตื่นรู้ และช่วยให้สังคมเข้าถึงพรมแดนความรู้ใหม่ของมนุษยชาติ
ข้อคิดทิ้งท้าย
คุณธนาธรมองว่าเป้าหมายสูงสุดของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่ควรมีเพียงการสร้างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ แต่ควรช่วยให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น รวมถึงใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานนำไปสู่สังคมที่ดีขึ้น