NASA ประกาศลูกเรือ Artemis III ปี 2027 ทดสอบ Orion เชื่อมต่อยานลงจอด Blue Origin และ SpaceX
Image credit: NASA/Bill Stafford
NASA ประกาศลูกเรือ Artemis III อย่างเป็นทางการ
NASA ประกาศว่า Artemis III จะมีลูกเรือหลัก 4 คน ได้แก่ Randy Bresnik จาก NASA ในตำแหน่งผู้บัญชาการภารกิจ, Luca Parmitano จากองค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ในตำแหน่งนักบิน, Andre Douglas จาก NASA ในตำแหน่ง mission specialist และ Frank Rubio จาก NASA ในตำแหน่ง mission specialist
นอกจากนี้ NASA ยังประกาศให้ Bob Hines เป็นลูกเรือสำรองของภารกิจ โดยทีมลูกเรือจะเริ่มการฝึกทันที ทั้งระบบของยาน Orion และการพัฒนาการปฏิบัติการร่วมกับยานทดสอบของ Blue Origin และ SpaceX
Artemis III เปลี่ยนบทบาทเป็นภารกิจทดสอบวงโคจรโลก
NASA ระบุว่า Artemis III จะเป็นหนึ่งในภารกิจมนุษย์อวกาศที่ซับซ้อนที่สุดในช่วงเวลานี้ โดยมีเป้าหมายหลักคือการทดสอบระบบสำคัญในวงโคจรโลก
ภารกิจนี้จะใช้จรวด SLS ส่งยาน Orion และลูกเรือจาก Kennedy Space Center รัฐฟลอริดา ขึ้นสู่วงโคจรต่ำของโลก หลังจาก Orion ตรวจสอบระบบของตนเองแล้ว ยานจะสาธิตความสามารถในการนัดพบและเชื่อมต่อกับยานทดสอบของระบบลงจอดดวงจันทร์เชิงพาณิชย์
การทดสอบนี้มีความสำคัญ เพราะ NASA ต้องการตรวจสอบการทำงานร่วมกันของ Orion กับระบบลงจอดดวงจันทร์ของ Blue Origin และ SpaceX ทั้งด้านอินเทอร์เฟซ ระบบซอฟต์แวร์ ระบบขับดัน การสื่อสาร และการปฏิบัติการร่วมระหว่างยานหลายลำ
ภารกิจหลายจรวดและการเชื่อมต่อหลายครั้ง
แผนภารกิจ Artemis III จะเกี่ยวข้องกับการปล่อยจรวดขนาดใหญ่หลายครั้งในช่วงเวลาใกล้กัน โดย Blue Origin จะปล่อยยาน lander pathfinder ของตนขึ้นไปก่อน เพื่อรอพบกับ Orion ในวงโคจร
จากนั้น NASA จะส่งลูกเรือขึ้นสู่อวกาศด้วย Orion บนจรวด SLS ก่อนนัดพบและเชื่อมต่อกับยานทดสอบของ Blue Origin เป็นเวลาประมาณ 2 วัน เพื่อทดสอบระบบและการสาธิตเทคโนโลยี รวมถึงการเข้าสู่ยานลงจอด
หลังจบการทดสอบกับ Blue Origin ยาน Orion จะแยกตัวออกและรอพบกับ Starship pathfinder ของ SpaceX ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Orion ประมาณ 1 วัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและทดสอบระบบเพิ่มเติม ก่อนที่ Orion และลูกเรือจะเดินทางกลับโลก
ลูกเรือจะอยู่ในอวกาศประมาณ 2 สัปดาห์
NASA ระบุว่าลูกเรือ Artemis III คาดว่าจะอยู่ในอวกาศประมาณ 2 สัปดาห์ โดยความยาวภารกิจที่แน่นอนจะกำหนดแบบเรียลไทม์ตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น กำหนดการปล่อย การนัดพบในวงโคจร และการปฏิบัติการขณะเชื่อมต่อกับยานทดสอบ
เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น Orion จะพาลูกเรือกลับสู่โลกและ splashdown อย่างปลอดภัยในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีทีมจากกองทัพเรือสหรัฐฯ และ NASA ทำหน้าที่กู้คืนลูกเรือ
รายชื่อลูกเรือ Artemis III
| ชื่อ | หน่วยงาน | ตำแหน่งในภารกิจ | ข้อมูลสำคัญ |
|---|---|---|---|
| Randy Bresnik | NASA | Commander | เคยบินอวกาศ 2 ครั้ง รวมถึงภารกิจ STS-129 และ Expedition 52/53 บนสถานีอวกาศนานาชาติ |
| Luca Parmitano | ESA | Pilot | นักบินอวกาศอิตาลี เคยเป็นผู้บัญชาการ Expedition 61 และเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้รับมอบหมายให้บินในภารกิจ Artemis |
| Andre Douglas | NASA | Mission Specialist | สมาชิกนักบินอวกาศ NASA รุ่นปี 2021 เคยเป็นลูกเรือสำรองและ closeout crew ของ Artemis II นี่จะเป็นภารกิจอวกาศครั้งแรกของเขา |
| Frank Rubio | NASA | Mission Specialist | เจ้าของสถิติชาวอเมริกันที่อยู่ในอวกาศต่อเนื่องนานที่สุด 371 วัน จากภารกิจ Soyuz MS-22/MS-23 |
| Bob Hines | NASA | Backup Crew | ได้รับมอบหมายเป็นลูกเรือสำรองของ Artemis III |
ความคืบหน้าของยาน Orion และจรวด SLS
NASA ระบุว่าวิศวกรจะเชื่อมต่อ crew module และ service module ของ Orion ในช่วงฤดูร้อนนี้ พร้อมติดตั้ง docking system ซึ่งจะบินกับ Orion เป็นครั้งแรก
ในส่วนของ heat shield หรือแผ่นป้องกันความร้อน มีการทดสอบและตรวจสอบบล็อกแต่ละชิ้นด้วยอัลตราซาวด์ ก่อนติดตั้งเข้ากับโครงสร้างแผ่นกันความร้อน
ด้านจรวด SLS งานประมวลผลก็ดำเนินหน้าเช่นกัน โดยช่างเทคนิคกำลังรวม engine section เข้ากับส่วนอื่นของ core stage ก่อนติดตั้งเครื่องยนต์ RS-25 ทั้ง 4 เครื่องในช่วงฤดูร้อนนี้
NASA ระบุว่าชิ้นส่วนบูสเตอร์เชื้อเพลิงแข็งทั้งหมดมาถึง Kennedy Space Center แล้ว และการปรับปรุง mobile launcher ยังคงเป็นไปตามแผน ขณะที่การ stacking จรวดมีกำหนดเริ่มในช่วงฤดูร้อน
Blue Origin และ SpaceX มีบทบาทสำคัญ
Blue Origin กำลังพัฒนายานลงจอดดวงจันทร์แบบมีลูกเรือจากระบบ Blue Moon ขณะที่ SpaceX กำลังพัฒนายานลงจอดดวงจันทร์แบบมีลูกเรือจาก Starship
สำหรับ Artemis III ทั้งสองบริษัทจะสร้าง test articles หรือ pathfinder เพื่อใช้ทดสอบร่วมกับ Orion ในวงโคจรโลก
NASA ระบุว่าหน่วยงานสนับสนุนผู้ให้บริการยานลงจอดทั้งสองรายอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และประเมิน โดยใช้ประสบการณ์และขีดความสามารถที่ NASA สั่งสมจากภารกิจที่ผ่านมา
Artemis III สำคัญอย่างไรต่อ Artemis IV
Artemis III จะเป็นภารกิจที่ช่วยลดความเสี่ยงให้ Artemis IV ซึ่ง NASA วางแผนให้เป็นภารกิจมนุษย์ลงจอดบริเวณขั้วใต้ดวงจันทร์ในปี 2028
ก่อนจะส่งนักบินอวกาศลงไปทำงานบนพื้นผิวดวงจันทร์ NASA ต้องมั่นใจว่า Orion สามารถนัดพบ เชื่อมต่อ และทำงานร่วมกับระบบลงจอดดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัย
ดังนั้น Artemis III จึงไม่ใช่เพียงเที่ยวบินทดสอบธรรมดา แต่เป็นภารกิจที่ตรวจสอบโครงสร้างหลักของสถาปัตยกรรม Artemis ยุคใหม่ ทั้งยานลูกเรือ ยานลงจอด ระบบสื่อสาร ระบบซอฟต์แวร์ และการประสานงานหลายจรวด
ข้อมูลสำคัญของ Artemis III
| หัวข้อ | ข้อมูล |
|---|---|
| ภารกิจ | Artemis III |
| ปีเป้าหมาย | 2027 |
| ประเภทภารกิจ | ภารกิจทดสอบในวงโคจรต่ำของโลก |
| ยานลูกเรือ | Orion |
| จรวด | SLS (Space Launch System) |
| ฐานปล่อย | NASA Kennedy Space Center, Florida |
| เป้าหมายหลัก | ทดสอบการนัดพบและเชื่อมต่อ Orion กับยานทดสอบระบบลงจอดของ Blue Origin และ SpaceX |
| ลูกเรือหลัก | Randy Bresnik, Luca Parmitano, Andre Douglas, Frank Rubio |
| ลูกเรือสำรอง | Bob Hines |
| ระยะเวลาภารกิจ | ประมาณ 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับกำหนดปล่อยและการปฏิบัติการในวงโคจร |
| ภารกิจถัดไปที่เกี่ยวข้อง | Artemis IV ภารกิจมนุษย์ลงจอดขั้วใต้ดวงจันทร์ที่วางแผนไว้ในปี 2028 |
สรุป
การประกาศลูกเรือ Artemis III ถือเป็นก้าวสำคัญของ NASA หลังความสำเร็จของ Artemis II โดยภารกิจปี 2027 จะเน้นการทดสอบระบบที่จำเป็นต่อการลงจอดบนดวงจันทร์ในภารกิจถัดไป
แม้ Artemis III จะไม่ได้เป็นภารกิจลงจอดบนดวงจันทร์โดยตรง แต่จะเป็นการทดสอบที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของโครงการ Artemis เพราะต้องพิสูจน์ว่า Orion สามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับยานลงจอดของ Blue Origin และ SpaceX ได้จริงในวงโคจร
ภารกิจนี้จึงเป็นสะพานสำคัญระหว่างการบินรอบดวงจันทร์ของ Artemis II กับการลงจอดขั้วใต้ดวงจันทร์ของ Artemis IV และยังสะท้อนบทบาทของความร่วมมือระหว่าง NASA, ESA และภาคเอกชนในการสร้างยุคใหม่ของการสำรวจดวงจันทร์
