NASA เดินหน้าวิจัย Artemis II บนโลก หลังลูกเรือกลับจากภารกิจรอบดวงจันทร์

NASA เดินหน้าวิจัย Artemis II บนโลก หลังลูกเรือกลับจากภารกิจรอบดวงจันทร์ | Siam Astronomy

NASA เดินหน้าวิจัย Artemis II บนโลก หลังลูกเรือกลับจากภารกิจรอบดวงจันทร์

แปลและเรียบเรียงโดย Siam Astronomy | อ้างอิง NASA Science | 5 มิถุนายน 2026

Image credit: NASA/Robert Markowitz

NASA รายงานว่า แม้ลูกเรือ Artemis II จะกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยหลังภารกิจรอบดวงจันทร์ แต่ภารกิจด้านวิทยาศาสตร์ยังไม่สิ้นสุด ทีมวิจัยยังคงเก็บ วิเคราะห์ และจัดเตรียมข้อมูลจำนวนมาก ทั้งข้อมูลสุขภาพและสมรรถภาพของนักบินอวกาศ organ chips ที่เดินทางไปกับ Orion รวมถึงภาพถ่าย วิดีโอ และเสียงจากการสังเกตดวงจันทร์ระหว่างภารกิจ

Artemis II กลับโลกแล้ว แต่การวิจัยยังดำเนินต่อ

NASA ระบุว่าลูกเรือ Artemis II กลับสู่โลกด้วยการ splashdown อย่างปลอดภัยในมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 หลังเสร็จสิ้นภารกิจรอบดวงจันทร์

หลังจากนั้น ทีมวิทยาศาสตร์ได้เร่งเก็บข้อมูลเพิ่มเติมและตรวจสอบข้อมูลที่ได้จากเที่ยวบินทดสอบ เพื่อใช้สนับสนุนการสำรวจห้วงอวกาศลึกของมนุษย์ในอนาคต

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ NASA เข้าใจว่ามนุษย์ตอบสนองต่อการเดินทางในอวกาศลึกอย่างไร และจะใช้เป็นแนวทางสำหรับการทำวิทยาศาสตร์บนพื้นผิวดวงจันทร์ในอนาคต เมื่อ NASA เดินหน้าสร้างฐานบนดวงจันทร์และวางแผนการอยู่อาศัยระยะยาว

เก็บข้อมูลสุขภาพและสมรรถภาพหลังกลับโลก

หลังลงจอดเพียงไม่กี่ชั่วโมง วัน และสัปดาห์ ลูกเรือ Artemis II ได้แก่ Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch และ Jeremy Hansen จากองค์การอวกาศแคนาดา ได้ให้ข้อมูลสำคัญเพื่อช่วย NASA ศึกษาว่าร่างกายมนุษย์ปรับตัวอย่างไรหลังเดินทางในอวกาศ

การเก็บข้อมูลเร็วหลังกลับสู่โลกมีความสำคัญมาก เพราะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจช่วงเปลี่ยนผ่านจากสภาวะไร้น้ำหนักกลับสู่แรงโน้มถ่วงโลก

ภายในหนึ่งวันหลัง splashdown นักวิจัยเก็บข้อมูลในชุดการศึกษา Artemis II Spaceflight Standard Measures ซึ่งรวมการวัดสุขภาพพื้นฐาน เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นหัวใจ สุขภาพตา และการควบคุมการเคลื่อนไหว

ทดสอบการทำงานของร่างกายหลังภารกิจ

ลูกเรือยังทำแบบทดสอบคล้าย mini obstacle course เช่น การนอนลง ลุกขึ้น ยืดบันไดเชือก ปีนบันได และกิจกรรมอื่น ๆ เพื่อประเมินว่าร่างกายกำลังปรับตัวกลับสู่แรงโน้มถ่วงโลกอย่างไร

เมื่อกลับถึง NASA Johnson Space Center ในฮูสตัน นักวิจัยยังนำลูกเรือเข้าสู่การตรวจสุขภาพเพิ่มเติมและทดสอบการควบคุมการเคลื่อนไหว

ในช่วงหลายวันถัดมา ลูกเรือทำ obstacle course ขณะสวมชุดอวกาศที่ถูก offload ให้มีแรงคล้ายแรงโน้มถ่วงบนดวงจันทร์ ซึ่งมีค่าประมาณหนึ่งในหกของแรงโน้มถ่วงโลก เพื่อศึกษาว่าหลังลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์หรือดาวอังคาร นักบินอวกาศจะพร้อมทำภารกิจสำคัญได้เร็วเพียงใด

เป้าหมายสำคัญคือการตอบคำถามว่า เมื่อมนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์หรือดาวอังคารโดยไม่มีทีมช่วยเหลือเหมือนบนโลก นักบินอวกาศจะสามารถทำงานสำคัญหลังลงจอดได้เร็วแค่ไหน

ศึกษาเลือด น้ำลาย ภูมิคุ้มกัน และการทำงานของสมอง

ในโครงการ Immune Biomarkers นักวิจัยเปรียบเทียบตัวอย่างเลือดและน้ำลายที่เก็บหลัง splashdown กับตัวอย่างก่อนบินและระหว่างภารกิจ

หนึ่งในหัวข้อที่ศึกษา คือการตรวจสอบว่าไวรัสที่แฝงตัวอยู่ในร่างกายนักบินอวกาศสามารถกลับมาทำงานอีกครั้งระหว่างอยู่ในอวกาศหรือไม่

ลูกเรือบางคนยังทำการทดสอบ cognition และภารกิจจำลองการควบคุมยานเข้าเทียบท่าด้วยมือ สำหรับการศึกษา ARCHeR หรือ Artemis Research for Crew Health & Readiness เพื่อทำความเข้าใจผลกระทบของอันตรายในอวกาศต่อสุขภาวะและสมรรถภาพการทำงาน

การเก็บข้อมูลสุขภาพชุดแรกของ Artemis II สิ้นสุดลง 45 วันหลัง splashdown แต่ทีมแพทย์จะติดตามสุขภาพของลูกเรือตลอดชีวิต

Organ chips จากเซลล์นักบินอวกาศเดินทางรอบดวงจันทร์

อีกหนึ่งงานวิจัยสำคัญคือ AVATAR หรือ A Virtual Astronaut Tissue Analog Response ซึ่งใช้ organ chips ที่มีเซลล์จากนักบินอวกาศแต่ละคน

organ chips เหล่านี้มีเซลล์ไขกระดูกจากลูกเรือ Artemis II และได้เดินทางรอบดวงจันทร์ไปพร้อมกับยาน Orion ก่อนถูกนำกลับมาวิเคราะห์บนโลก

ขณะนี้นักวิจัยกำลังศึกษาว่า รังสีห้วงอวกาศลึกและสภาวะไร้น้ำหนักส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์ในระดับโมเลกุลอย่างไร โดยเปรียบเทียบ organ chips ที่บินไปกับยานกับตัวอย่างควบคุมบนโลกและตัวอย่างเลือดของลูกเรือ

เทคนิคที่ใช้รวมถึง single-cell RNA sequencing เพื่อดูการตอบสนองของเซลล์อย่างละเอียด

อาจนำไปสู่ชุดแพทย์เฉพาะบุคคลสำหรับนักบินอวกาศ

หาก organ chips สามารถจำลองการตอบสนองของแต่ละบุคคลต่ออวกาศได้ดี ข้อมูลนี้อาจช่วยให้ NASA ส่ง organ chips ของนักบินอวกาศล่วงหน้าในภารกิจอนาคต

แนวคิดนี้อาจนำไปสู่ personalized medical kits หรือชุดแพทย์เฉพาะบุคคล สำหรับเตรียมรับมือความเสี่ยงด้านสุขภาพของนักบินอวกาศแต่ละคนในภารกิจดวงจันทร์ ดาวอังคาร และห้วงอวกาศลึก

ข้อมูลดวงจันทร์กว่า 11,500 ไฟล์เตรียมเผยแพร่

ระหว่างวันที่ 6 เมษายน 2026 ลูกเรือ Artemis II ศึกษาลักษณะพื้นผิวดวงจันทร์เป็นเวลาราว 7 ชั่วโมง ขณะ Orion เข้าใกล้ดวงจันทร์มากที่สุด

ลูกเรือใช้ทักษะธรณีวิทยาที่ฝึกมาจากห้องเรียนและพื้นที่จำลองบนโลก เพื่อถ่ายภาพและบรรยายลักษณะทางธรณีวิทยา เช่น หลุมอุกกาบาต ลาวาโบราณ รอยแตก สันเขา สี ความสว่าง และเนื้อผิวของพื้นผิวดวงจันทร์

NASA ระบุว่าทีมวิทยาศาสตร์กำลังตรวจสอบข้อมูลจากภารกิจ รวมถึงภาพ วิดีโอ และเสียง เพื่อจัดทำรายงานการตีความข้อมูลเบื้องต้นภายในปลายปีนี้

หน่วยงานยังเตรียมเผยแพร่ไฟล์เสียงด้านวิทยาศาสตร์มากกว่า 100 รายการพร้อม transcript และไฟล์ภาพกับวิดีโอโลก–ดวงจันทร์ประมาณ 11,500 ไฟล์ พร้อมข้อมูลประกอบผ่าน NASA Planetary Data System

ทำไมข้อมูล Artemis II จึงสำคัญต่อภารกิจต่อไป

Artemis II เป็นเที่ยวบินทดสอบที่มีลูกเรือของยาน Orion รอบดวงจันทร์ ข้อมูลจากภารกิจนี้จึงเป็นสะพานสำคัญระหว่างการทดสอบระบบกับการเตรียมภารกิจลงจอดและทำงานบนพื้นผิวดวงจันทร์ในอนาคต

ข้อมูลสุขภาพช่วยให้ NASA เข้าใจความพร้อมของนักบินอวกาศหลังเดินทางในห้วงอวกาศ ข้อมูล organ chips ช่วยมองผลกระทบระดับเซลล์ และข้อมูลดวงจันทร์ช่วยวางแผนการสังเกตและวิทยาศาสตร์สำหรับภารกิจ Artemis รุ่นต่อไป

ข้อมูลสำคัญของงานวิจัย Artemis II หลังภารกิจ

หัวข้อ ข้อมูล
ภารกิจ Artemis II
ยาน Orion
ลูกเรือ Reid Wiseman, Victor Glover, Christina Koch, Jeremy Hansen
วันกลับโลก 10 เมษายน 2026
พื้นที่ลงจอด มหาสมุทรแปซิฟิก
หัวข้อวิจัยหลังภารกิจ สุขภาพลูกเรือ สมรรถภาพหลังกลับโลก organ chips ภาพถ่าย เสียง และวิดีโอดวงจันทร์
การเก็บข้อมูลสุขภาพชุดแรก สิ้นสุด 45 วันหลัง splashdown
ข้อมูลที่จะเผยแพร่ ไฟล์เสียงวิทยาศาสตร์มากกว่า 100 รายการ และไฟล์ภาพ/วิดีโอประมาณ 11,500 ไฟล์
คลังข้อมูล NASA Planetary Data System

สรุป

บทความของ NASA แสดงให้เห็นว่า Artemis II ไม่ได้จบลงเมื่อยาน Orion กลับสู่โลก แต่ภารกิจวิทยาศาสตร์จำนวนมากยังดำเนินต่อบนโลก

ตั้งแต่การประเมินร่างกายของนักบินอวกาศหลังกลับจากห้วงอวกาศ การวิเคราะห์ organ chips ที่เดินทางรอบดวงจันทร์ ไปจนถึงการจัดเตรียมภาพ เสียง และวิดีโอจากภารกิจเพื่อเผยแพร่ในคลังข้อมูลสาธารณะ ทุกส่วนล้วนช่วยให้ NASA เตรียมความพร้อมสำหรับการสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต

ข้อมูลจาก Artemis II จะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการออกแบบภารกิจ การดูแลสุขภาพลูกเรือ และการทำวิทยาศาสตร์บนพื้นผิวดวงจันทร์ เมื่อมนุษย์เริ่มสร้างการปรากฏตัวระยะยาวนอกโลก

Previous Post Next Post