นักบินอวกาศ ISS ศึกษาการแข็งตัวของเลือดและภูมิคุ้มกันในสภาวะไร้น้ำหนัก

นักบินอวกาศ ISS ศึกษาการแข็งตัวของเลือดและภูมิคุ้มกันในสภาวะไร้น้ำหนัก | Siam Astronomy

นักบินอวกาศ ISS ศึกษาการแข็งตัวของเลือดและภูมิคุ้มกันในสภาวะไร้น้ำหนัก

ภารกิจ Expedition 74 มุ่งค้นหาผลกระทบของอวกาศต่อสุขภาพมนุษย์ในระดับเซลล์และพันธุกรรม

ลูกเรือภารกิจ Expedition 74 บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันศุกร์ในการศึกษาผลกระทบของสภาวะไร้น้ำหนักต่อการแข็งตัวของเลือดและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญสำหรับการเดินทางอวกาศระยะยาวในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์พบว่าการใช้ชีวิตในอวกาศอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดผิดปกติ การติดเชื้อ และภาวะการอักเสบที่รุนแรงกว่าปกติ ดังนั้นการทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งต่อภารกิจอวกาศและการแพทย์บนโลก

ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเกล็ดเลือดในอวกาศ

นักบินอวกาศของ NASA ได้แก่ Jessica Meir, Chris Williams และ Jack Hathaway ร่วมกับ Sophie Adenot จากองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ได้ทำการประมวลผลตัวอย่างเกล็ดเลือดภายใน Life Science Glovebox ซึ่งอยู่ในโมดูล Kibo ของญี่ปุ่น

เกล็ดเลือดเป็นชิ้นส่วนเซลล์ขนาดเล็กที่มีหน้าที่สำคัญในการแข็งตัวของเลือด และช่วยหยุดการเสียเลือดเมื่อเกิดบาดแผล ทีมนักวิจัยต้องการทราบว่าสภาวะไร้น้ำหนักส่งผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือดอย่างไร รวมถึงผลกระทบในระดับเซลล์และพันธุกรรม

Jack Hathaway ยังช่วยเก็บตัวอย่างเลือด และนำตัวอย่างเข้าสู่กล้องจุลทรรศน์เรืองแสง KERMIT เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมในอวกาศ

งานวิจัยนี้อาจช่วยให้แพทย์เข้าใจกลไกการเกิดลิ่มเลือดและความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การรักษาโรคใหม่ ๆ ในอนาคต

การทดลองด้านชีววิทยาและเกษตรกรรมอวกาศ

นอกจากการศึกษาด้านเลือดและภูมิคุ้มกันแล้ว Jessica Meir ยังถ่ายภาพไมโครกรีนและต้นอัลฟัลฟาที่กำลังเติบโตบนสถานีอวกาศ เพื่อศึกษาการปลูกพืชในสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับภารกิจสำรวจอวกาศระยะยาวในอนาคต

Sophie Adenot ได้ทดลองสวมต้นแบบชุดอวกาศภายในยานรุ่นใหม่ ที่พัฒนาโดยวิศวกรของ ESA โดยเน้นความสะดวกสบายและการสวมใส่ที่รวดเร็วสำหรับภารกิจในอนาคต

ขณะที่ Jack Hathaway ได้เปลี่ยนตัวอย่างภายในระบบ Advanced Space Experiment Sample Processor-4 เพื่อศึกษาว่าสภาวะไร้น้ำหนักส่งผลต่อผลึกของยาอย่างไร ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนายารูปแบบใหม่ในอนาคต

ภารกิจหลังการเดินอวกาศ

ในส่วนของนักบินอวกาศรัสเซียทั้งสามคน ยังคงดำเนินงานหลังการเดินอวกาศที่เสร็จสิ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ศึกษารังสีดวงอาทิตย์ รวมถึงถอดอุปกรณ์วิจัยทางฟิสิกส์และจุลชีววิทยาบางส่วน

ผู้บัญชาการสถานี Sergey Kud-Sverchkov และ Sergei Mikaev ได้ถอดไฟ แบตเตอรี่ และสายรัดออกจากชุดอวกาศ Orlan ก่อนทำความสะอาดและจัดเก็บภายในโมดูล Poisk

ส่วน Andrey Fedyaev ผู้ควบคุมแขนกล European Robotic Arm (ERA) ระหว่างการเดินอวกาศ ได้ดำเนินการปิดภารกิจและนำระบบแขนกลกลับสู่สภาพพร้อมใช้งานตามปกติ

ก้าวสำคัญสู่การเดินทางอวกาศระยะยาว

การศึกษาผลกระทบของสภาวะไร้น้ำหนักต่อระบบไหลเวียนโลหิต ระบบภูมิคุ้มกัน และกระบวนการทางชีววิทยาอื่น ๆ ถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับภารกิจสู่ดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต

ยิ่งนักวิทยาศาสตร์เข้าใจการตอบสนองของร่างกายมนุษย์ในอวกาศมากเท่าใด ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับนักบินอวกาศ และอาจนำไปสู่ความก้าวหน้าทางการแพทย์สำหรับผู้คนบนโลกได้มากขึ้นเท่านั้น


ภาพ: ESA / Sophie Adenot
ข้อมูล: NASA Expedition 74 Mission Update

Previous Post Next Post