ISS วิจัยพิมพ์กระดูกอ่อน 3 มิติและผลิตสเต็มเซลล์ เตรียมแพทย์อวกาศแห่งอนาคต

ISS วิจัยพิมพ์กระดูกอ่อน 3 มิติและผลิตสเต็มเซลล์ เตรียมแพทย์อวกาศแห่งอนาคต | Siam Astronomy

ISS วิจัยพิมพ์กระดูกอ่อน 3 มิติและผลิตสเต็มเซลล์ เตรียมแพทย์อวกาศแห่งอนาคต

แปลและเรียบเรียงโดย Siam Astronomy | อ้างอิง NASA ISS Blog | 4 มิถุนายน 2026
NASA รายงานว่า งานวิจัยหลักบนสถานีอวกาศนานาชาติในวันพฤหัสบดีมุ่งเน้นไปที่การพิมพ์ชีวภาพแบบ 3 มิติและการศึกษาสเต็มเซลล์ ลูกเรือ Expedition 74 ยังถ่ายภาพพืชที่กำลังเติบโต ตรวจสอบหน้าต่างของห้องแล็บ และเดินหน้าบรรทุกสัมภาระกลับลงในยานขนส่งสินค้า SpaceX Dragon ที่ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาจอดเทียบท่ากับสถานีอวกาศ :contentReference[oaicite:0]{index=0}

พิมพ์เนื้อเยื่อกระดูกอ่อนในอวกาศ

Jessica Meir นักบินอวกาศ NASA และ Sophie Adenot จากองค์การอวกาศยุโรป หรือ ESA ร่วมกันทดสอบการทำงานของเครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติภายในโมดูล Kibo ของสถานีอวกาศนานาชาติ :contentReference[oaicite:1]{index=1}

Adenot ผสมตัวอย่างเซลล์กระดูกอ่อนเข้ากับ bio-ink หรือหมึกชีวภาพ ก่อนส่งต่อให้ Meir ใส่ลงในตลับของเครื่องพิมพ์ชีวภาพ เพื่อใช้พิมพ์เนื้อเยื่อมนุษย์ในสภาวะไร้น้ำหนัก :contentReference[oaicite:2]{index=2}

ทำไม 3D Bioprinting ในอวกาศจึงสำคัญ

อุปกรณ์เทคโนโลยีชีวภาพนี้อาจช่วยผลักดันเวชศาสตร์ฟื้นฟูในอนาคต โดยเปิดทางสู่การสร้างวัสดุปลูกถ่ายทางการแพทย์แบบเฉพาะบุคคลตามความต้องการ และอาจใช้เซลล์ของผู้ป่วยเองเป็นวัตถุดิบในการผลิต :contentReference[oaicite:3]{index=3}

สภาวะไร้น้ำหนักช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ศึกษาการจัดเรียงตัวของเซลล์และโครงสร้างเนื้อเยื่อในรูปแบบที่แตกต่างจากบนโลก ซึ่งอาจนำไปสู่เทคนิคการรักษาใหม่ในอนาคต

ศึกษาสเต็มเซลล์เม็ดเลือดเพื่อโรคมะเร็งและภูมิคุ้มกัน

ในช่วงท้ายกะทำงาน Jessica Meir ดูแลตัวอย่างสเต็มเซลล์เม็ดเลือดภายใน Life Science Glovebox ของโมดูล Kibo สำหรับการทดลองอีกชุดหนึ่ง

ตัวอย่างเซลล์เหล่านี้กำลังเติบโตภายในตู้บ่มเพาะวิจัย เพื่อช่วยให้แพทย์เข้าใจวิธีผลิตและต่อยอดการรักษาที่ออกแบบจากอวกาศ สำหรับโรคมะเร็งเม็ดเลือดและโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันหลายประเภท :contentReference[oaicite:4]{index=4}

ดูแลพืชทดลองสำหรับเกษตรอวกาศ

Jack Hathaway นักบินอวกาศ NASA ใช้ช่วงครึ่งแรกของกะทำงานดูแลพืชทดลอง 2 โครงการ เพื่อสนับสนุนแนวคิดเกษตรอวกาศและภารกิจที่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

เขารดน้ำและถ่ายภาพต้นอัลฟัลฟาที่ปลูกอยู่ในระบบ Veggie ของโมดูล Columbus สำหรับการศึกษา Veg-06 จากนั้นถ่ายภาพไมโครกรีน หรือพืชอ่อนที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูงกว่าระยะใบโตเต็มวัย ซึ่งปลูกอยู่ในห้องทดลองเฉพาะภายในโมดูล Destiny :contentReference[oaicite:5]{index=5}

บรรทุกสัมภาระกลับลงยาน Dragon

Sophie Adenot ร่วมกับ Jack Hathaway ในการจัดเก็บสัมภาระภายในยานขนส่งสินค้า SpaceX Dragon ซึ่งใกล้สิ้นสุดช่วงจอดเทียบท่าที่ด้านหน้าของโมดูล Harmony

การบรรทุกสัมภาระกลับลงยาน Dragon เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะตัวอย่างวิทยาศาสตร์และอุปกรณ์บางส่วนจะถูกส่งกลับมายังโลก เพื่อให้นักวิจัยนำไปวิเคราะห์ต่อในห้องปฏิบัติการภาคพื้นดิน

งานบำรุงรักษาและตรวจสอบความปลอดภัย

Chris Williams นักบินอวกาศ NASA ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันกับงานบำรุงรักษาอุปกรณ์ เริ่มจากทำความสะอาดฝุ่นและเศษวัสดุในระบบระบายอากาศของโมดูล Kibo จากนั้นย้ายไปยังโมดูล Columbus เพื่อเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ออกกำลังกาย European Enhanced Exploration Exercise Device

Williams ยังเก็บข้อมูลรังสีอวกาศจากอุปกรณ์ Lumina และตรวจสอบสายรัดนิรภัยที่ใช้ยึดนักบินอวกาศระหว่างการเดินอวกาศ :contentReference[oaicite:6]{index=6}

งานของฝั่ง Roscosmos

นักบินอวกาศรัสเซีย Sergey Kud-Sverchkov, Sergei Mikaev และ Andrey Fedyaev ทำงานร่วมกันตลอดวันพฤหัสบดีในส่วน Roscosmos ของสถานีอวกาศ

ทั้งสามตรวจสอบตัวถังของโมดูล Zvezda และถ่ายภาพหน้าต่างในโมดูล Zvezda และ Poisk เพื่อใช้ประเมินสภาพของโครงสร้างและระบบต่าง ๆ ของสถานีอวกาศ :contentReference[oaicite:7]{index=7}

ข้อมูลสำคัญของงานวิจัยวันนี้

หัวข้อ ข้อมูล
สถานที่ สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
ลูกเรือ Expedition 74
หัวข้อหลัก 3D Bioprinting, กระดูกอ่อน, สเต็มเซลล์เม็ดเลือด, พืชทดลอง, งานบำรุงรักษา
โมดูลสำคัญ Kibo, Columbus, Destiny, Harmony, Zvezda, Poisk
ยานขนส่งสินค้า SpaceX Dragon
วันที่เผยแพร่ 4 มิถุนายน 2026

สรุป

งานวิจัยของลูกเรือ Expedition 74 ในวันนี้สะท้อนให้เห็นบทบาทของสถานีอวกาศนานาชาติในฐานะห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของมนุษยชาติ

ตั้งแต่การพิมพ์เนื้อเยื่อกระดูกอ่อน 3 มิติ การเพาะสเต็มเซลล์เม็ดเลือด การปลูกพืชเพื่อภารกิจพึ่งพาตนเอง ไปจนถึงการตรวจสอบระบบความปลอดภัยของสถานี ทุกกิจกรรมล้วนช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจอวกาศระยะยาว และอาจนำไปสู่เทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ ๆ บนโลกในอนาคต

Previous Post Next Post