อวกาศไทยควรไปทางไหน? ดร.วิภู รุโจปการ ชี้อนาคตอวกาศไทยและเศรษฐกิจอวกาศ | Siam Astronomy

อวกาศไทยควรไปทางไหน? | ดร.วิภู รุโจปการ | Siam Astronomy

ข่าวอวกาศไทย

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีอวกาศเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยหนึ่งในคำถามสำคัญคือ ประเทศไทยควรเดินหน้าไปในทิศทางใดในอุตสาหกรรมอวกาศโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Siam Astronomy ได้รวบรวมประเด็นสำคัญจากการสัมภาษณ์ ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เกี่ยวกับอนาคตอุตสาหกรรมอวกาศไทย โอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ ตลอดจนมุมมองต่อเยาวชนไทยในยุค AI เนื้อหาต่อไปนี้เป็นการเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ฉบับเต็ม เพื่อให้ผู้อ่านสามารถติดตามประเด็นสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง

อวกาศไทยควรไปทางไหน? | ดร.วิภู รุโจปการ | Siam Astronomy

[00:00] สวัสดีครับ ผมวิภู รุโจปการ นะครับ เป็นผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ครับ

[00:09] สถาบันของเราก็มีพันธกิจหลายด้านนะครับ ทั้งการวิจัยดาราศาสตร์ การสร้างเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าของประเทศ หรือของโลกในหลายสาขานะครับ เพื่อมาสนับสนุนการวิจัยดาราศาสตร์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้นะครับ แล้วก็การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ

[00:32] ดาราศาสตร์เป็นสาขาที่มีความพิเศษมากนะครับ เพราะว่านักดาราศาสตร์ทั้งโลกศึกษาท้องฟ้าเดียวกันนะครับ ดังนั้นการร่วมมือระหว่างประเทศก็เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานด้านดาราศาสตร์และอวกาศครับ

[00:44] อุตสาหกรรมอวกาศกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญนะครับ ในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย และของอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลกนะครับ 2 อย่างนะครับ ที่กำลังมาเกิดขึ้น เราอาจจะเคยได้ยินคำว่า Space 2.0 นะครับ Space 2.0 คือคลื่นลูกใหม่ของการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศนะครับ สิ่งนี้เกิดขึ้นมาเพราะว่า 2 อย่างใหญ่ ๆ ก็คือ Advanced Manufacturing นะครับ การผลิตชิ้นงานขั้นสูง แล้วก็การพัฒนาทางดิจิทัล

[01:14] ดาวเทียมที่เคยมีขนาดเป็นตัน เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีเดียวกันที่ปฏิบัติภารกิจเดียวกันได้ มีน้ำหนัก มีมวลเหลือเพียงไม่กี่ร้อยกิโลกรัม หรือต่ำกว่า 100 กิโลกรัมด้วยซ้ำ คล้าย ๆ กับที่กล้องถ่ายภาพยนตร์สมัยก่อนมีขนาดใหญ่ นะฮะ ต้องเอาขึ้นหลัง เดี๋ยวนี้เราสามารถถ่ายได้ด้วยสมาร์ทโฟนแล้วนะครับ โดยที่ออกมามีคุณภาพใกล้เคียงกัน ในน้ำหนักที่ลดลงไปมาก เพราะว่าการผลิตขั้นสูงแล้วก็เทคโนโลยีดิจิทัล สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นในอวกาศด้วยเหมือนกัน

[01:41] จะสังเกตว่าจริงๆ แล้วเทคโนโลยีอวกาศก้าวเข้ามามีบทบาทในกระเป๋าของแทบจะทุกท่านโดยไม่รู้ตัวนะครับ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ตั้งแต่ 3-4 ปี ก่อนมีโมดูลที่สามารถติดต่อกับดาวเทียมได้โดยตรงแล้วด้วยซ้ำ ใช้ได้แล้วในหลายประเทศ แล้วก็เริ่มจะใช้กันมากขึ้นในประเทศไทย ในการติดต่อสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมได้โดยตรง

[02:02] ไม่ใช่แต่การใช้งานด้านปลายน้ำ แต่การพัฒนาอวกาศด้านต้นน้ำนะครับ คือการพัฒนาตัวชิ้นส่วนของดาวเทียม ระบบย่อยของดาวเทียม วัตถุอวกาศต่าง ๆ ก็จะก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการที่จะพัฒนาเศรษฐกิจของไทย

[02:18] ปัจจุบันนี้ไฟฟ้านะครับ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ภายใต้กระทรวง อว. นะครับ มีโครงการ TSC-1 ซึ่งจะเป็นดาวเทียมดวงแรกที่ออกแบบ ประกอบ ทดสอบ สร้างโดยคนไทย ที่มีมวลอยู่ในระดับ 100 กิโลกรัม เราดำเนินโครงการนี้มาแล้ว 5 ปีนะครับ ตอนนี้ถ้าท่านมาเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการห้องของเรานะครับ ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ท่านก็จะได้เห็นดาวเทียม TSC-1 ต้นแบบที่กำลังประกอบกันอยู่

[02:45] อันนี้เป็นสิ่งที่เราน่าภูมิใจมากๆ นะฮะ เพราะว่าเป็นครั้งแรกเลยที่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ ในเมืองไทย แล้วก็เป็นผลงานที่ทางกระทรวงได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

[02:56] เมื่อดาวเทียมดวงนี้ส่งขึ้นสู่อวกาศไปเรียบร้อยแล้วเนี่ยครับ มันทำให้ระบบย่อยต่างๆ ที่เราใช้ในดาวเทียม หรือแม้แต่ทั้งตัวดาวเทียม เราสามารถส่งออกได้ทั่วโลก เราจะเห็นประเทศเล็ก ๆ ที่ไม่ได้เป็นขาใหญ่ด้านอวกาศมาแต่ดั้งเดิม ไม่ได้เหมือนสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส แต่เป็นประเทศเล็ก ๆ แบบลิทัวเนีย บัลแกเรีย ฮังการี เอสโตเนีย ที่ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งออกระบบดาวเทียม หรือแม้แต่แอฟริกาใต้ นะฮะ ส่งออกทัศนูปกรณ์ที่ใช้ในการส่องผิวโลกจากอวกาศ ก็มีบริษัทเล็ก ๆ หน้าใหม่เข้ามามากมาย

[03:29] เราต้องตั้งคำถามว่า ทำไมมีบริษัทเหล่านี้เกิดในเมืองไทยไม่ได้บ้างล่ะ แล้วถ้ามันเกิดขึ้นเนี่ยครับ จากประเทศที่ไม่เคยเป็นใหญ่ด้านอวกาศ กลายมาเป็นผู้ส่งออกเบอร์ต้นๆ ของโลกในอุปกรณ์ที่เฉพาะเจาะจงมากๆ มันมีตลาดโลกอยู่นะครับ ที่เราสามารถที่จะก้าวเข้าไปได้ แล้วถ้าเราทำสำเร็จนะครับ นี่จะเป็นสิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจเหล่านี้สามารถสร้างงานรายได้สูงขึ้นในประเทศไทย ถ้าเราสามารถทำสำเร็จได้ที่เชียงใหม่ มันก็น่าจะสำเร็จได้ที่อื่นได้ด้วยนะครับ และผมมองว่านี่คือสิ่งที่จะเข้ามายกระดับรายได้ของคนไทย เป็นหนึ่งในหลายๆ เทคโนโลยีนะครับ ที่ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติกำลังผลักดันอยู่อย่างเต็มที่

[04:00] ประเทศไทยควรเริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศจากจุดใด? ผมตอบได้เลยครับว่า จากดาวเทียมและจากอุปกรณ์ปฏิบัติภารกิจวิทยาศาสตร์ที่มีความท้าทายมากๆ อย่างเช่นกรณีของยานฉางเอ๋อ 7 นะครับ ที่เราจะส่งอุปกรณ์ปฏิบัติภารกิจวิทยาศาสตร์ไปโคจรรอบดวงจันทร์ อุปกรณ์จากอำเภอแม่ริมนะครับ ก็ได้เข้าไปประกอบกับยานแม่ของยานฉางเอ๋อ 7 เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนะครับ ตอนนี้อยู่ที่ประมาณวันที่ 24 สิงหาคม แต่ว่าอาจจะเลื่อนเล็กน้อยตามสภาวะอากาศ หรือว่าความพร้อมในการส่งหน้างานจริงนะครับ แต่ยังไงปีนี้ไปแน่นอน

[04:40] การไปดวงจันทร์นะครับ มันยากกว่าการสร้างดาวเทียมโคจรรอบโลกมาก เรียกได้ว่าถ้าไปถึงดวงจันทร์ได้เนี่ยครับ ถึงแม้จะเป็นอุปกรณ์เล็กๆ แต่ความท้าทายมันสูงกว่ามากนะครับ ไปดวงจันทร์ได้ อันนี้คือโจทย์ยากนะฮะ รอบโลกก็หมูแล้ว เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นของมันก็ควรจะเป็นเรื่องของการพัฒนาดาวเทียมและชิ้นส่วนอวกาศ

[04:56] ถามว่าไทยควรจะทำ Spaceport ไหม? คำตอบคือไม่นะฮะ มีการศึกษามาแล้วด้วยนะครับว่า เอาจริงๆ คือความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของมันยังต้องตั้งคำถามอีกมากนะครับ เพราะว่าตอนนี้ทุกคนมี Launcher ของตัวเองนะครับ ด้วยสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์นะฮะ จีนไม่ส่งกับอเมริกา อเมริกาไม่ส่งกับจีน อเมริกาไม่ส่งกับรัสเซีย และอื่น ๆ ทำให้ทุกคนต้องทำจรวดของตัวเอง

[05:16] ผลที่เกิดขึ้นคือค่าส่งถูกลงมากนะฮะ อีลอน มัสก์ โฆษณาว่าจะถูกลงได้ถึงระดับ 185 US ดอลลาร์ต่อกิโลกรัมด้วยซ้ำนะฮะ แล้วถ้าค่าส่งมันถูกลงถึงขนาดนั้นเนี่ยฮะ เราจะสามารถพัฒนาตรงนี้ได้คุ้มค่าได้ยังไง คำตอบคือไม่มีทางได้นะฮะ ค่าส่งยานเข้าสู่วงโคจรโลกนะครับจะถูกลงมาก แต่สิ่งทีราคาจะไม่ลดลงคือดาวเทียมนะครับ เพราะว่าเทคโนโลยีของดาวเทียมมันก้าวไปข้างหน้าเร็วมาก คือของไม่ได้ราคาถูกลง แต่ของมันพัฒนาขึ้นที่ราคาใกล้เคียงเดิม เพราะฉะนั้นอันนี้คือคลื่นลูกใหม่ที่ประเทศไทยต้องก้าวให้ทัน และก้าวให้นำโลก โอกาสทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมเกิดขึ้นได้แน่นอนครับ และมีสิ่งเชิงประจักษ์ให้เราเห็นได้

[06:05] และไม่ใช่แต่เทคโนโลยีอวกาศแบบที่ต้องส่งขึ้นไปนอกโลกด้วยนะครับ เทคโนโลยีภาคพื้นก็สำคัญ อีลอน มัสก์ บอกว่าจะส่งดาวเทียม AI ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ไม่ต้องเปลืองค่าไฟบนโลกแล้วนะครับ 1 ล้านดวงขึ้นไปอยู่ในวงโคจร สมมุติว่าเขาทำได้ 5% ของที่โม้ คือ 50,000 ดวง แล้วฝั่งจีนก็ทำมั่งอีก 50,000 ดวง จะกลายเป็นว่ามีดาวเทียมโคจรอยู่รอบโลกที่ปฏิบัติภารกิจอยู่เพิ่มขึ้นประมาณ 5 เท่าของที่มีอยู่ในปัจจุบัน แค่ 2 ค่ายนี้เองนะ ของภารกิจเดียวนะครับ คือ Solar Power AI นะฮะ

[06:33] แล้วคำถามคือจะเอากล้องดูดาวที่ไหน กล้องโทรทรรศน์ที่ไหนไปทำ Space Traffic Management ไปทำ Space Situational Awareness ต้องใช้กล้องดูดาวทั้งนั้นนะครับ ซึ่งกล้องโทรทรรศน์อัตโนมัติ กล้องขนาดเป็นเมตรนะครับ ที่เป็นหุ่นยนต์สร้างขึ้นแล้ว ที่สร้างขึ้นแล้วที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ จะต้องใช้สักกี่กล้องกันที่จะบริหารจัดการการโคจรในอวกาศ คำตอบคือเป็นหมื่นกล้องนะครับ แล้วใครจะเป็นคน Supply ตลาดโลกอันนี้ แล้วโอกาสทางเศรษฐกิจทั้งในอวกาศและในภาคพื้นจะมีอีกสักเท่าไหร่กัน คำตอบคือมากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ผมมั่นใจว่า เทคโนโลยีอวกาศทั้งในอวกาศและในภาคพื้น จะก่อให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่แก่ประเทศไทยและสังคมไทยอย่างมหาศาล

[07:17] โอกาสของเยาวชนไทยในวินาทีนี้ ไม่ว่าจะสนใจอะไรด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยี AI มันคือโอกาสในการที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มันไม่เคยมีโมเมนต์ไหนเลยนะฮะ ในประวัติศาสตร์ 5,000 ปี หมื่นปีของมนุษย์ ที่หนังสือทุกเล่มบนโลก ความรู้ในตำราทุกเล่ม ความรู้ในอินเทอร์เน็ตทุกเพจ อยู่ในโมเดลของ AI ให้เราถามได้

[07:52] เราสามารถที่จะศึกษาได้ทุกอย่าง เราสามารถที่จะโยน Paper หมื่น Paper เข้าไปใน NotebookLM แล้วก็กลายเป็น Expert ระดับโลกที่รู้ทั้งกว้างและลึกในสาขาอะไรก็ได้ ความเป็นไปได้เนี่ยครับ มันไม่จำกัดเลยนะฮะ แต่เวลาที่เราปฏิสัมพันธ์กับ AI เราทำอะไรครับ เราต้องถาม AI ใช่ไหมฮะ เราต้องตั้งคำถาม เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ให้กว้างให้ลึกในหลาย ๆ สาขา จะทำให้เราตั้งคำถามได้ การตั้งคำถามให้ถูกปัญหาสำคัญกว่าการตอบคำถาม เมื่อเราตั้งคำถามให้ถูกได้แล้ว AI อาจจะตอบเราได้ แต่ถ้าเราไม่ศึกษาให้ลึกซึ้งพอที่จะตั้งคำถามที่ถูกได้ เราก็จะไม่สามารถถาม AI ได้นะครับ

[08:29] เพราะฉะนั้นจงอย่าหยุดฝันนะครับ เพราะว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์อยู่เหนือ AI คือความเป็นมนุษย์นะฮะ AI คือ Artificial Intelligence มันคือปัญญาประดิษฐ์ มันไม่ใช่ปัญญาจริง ดังนั้นถ้าเราเอาความเป็นมนุษย์กลับเข้ามาเนี่ยครับ คือการจินตนาการ คือการบูรณาการ ยิ่งข้ามยิ่งไขว้สาขา บูรณาการกันไปไกลเท่าไหร่ AI ยิ่งตามเราไม่ทัน เพราะว่าไม่เคยมีองค์ความรู้ที่มนุษย์สร้างเอาไว้ด้วยจินตนาการของตัวมนุษย์เอง ดังนั้นขอให้เด็ก ๆ น้อง ๆ ทุกคนอย่าหยุดฝันครับ ขอบคุณครับ

Previous Post Next Post