NASA เตรียมส่ง X-59 ขึ้นบินครั้งที่สอง เดินหน้าทดสอบเครื่องบินเหนือเสียงแบบเงียบในปี 2026
NASA เปิดเผยว่าเครื่องบินทดลอง X-59 กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นบินครั้งที่สอง ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของโครงการพัฒนาเทคโนโลยีการบินเหนือเสียงแบบเงียบ เที่ยวบินครั้งใหม่นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายขอบเขตการทดสอบการบินในปี 2026 โดยทีมงานจะค่อย ๆ นำเครื่องบินบินให้เร็วขึ้น สูงขึ้น และตรวจสอบทั้งด้านความปลอดภัยและสมรรถนะอย่างละเอียด
การบินครั้งที่สองของ X-59 ไม่ได้มีความสำคัญเพียงในเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นก้าวที่ช่วยกำหนดจังหวะของการทดสอบต่อเนื่องตลอดปี 2026 เพื่อปูทางไปสู่ยุคใหม่ของเครื่องบินพาณิชย์ที่สามารถบินเหนือเสียงเหนือแผ่นดินได้ โดยลดเสียงโซนิคบูมให้เหลือเพียงแรงกระแทกเสียงเบากว่าที่เคย
นักบินทดสอบคนใหม่เตรียมรับหน้าที่
สำหรับเที่ยวบินครั้งนี้ ผู้ที่จะนั่งควบคุม X-59 คือ Jim “Clue” Less นักบินทดสอบของ NASA ซึ่งจะนำเครื่องขึ้นและลงที่ฐานทัพอากาศ Edwards ใกล้กับศูนย์วิจัยการบิน Armstrong ของ NASA ในรัฐแคลิฟอร์เนีย Less ระบุว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาได้บินเครื่องบินตระกูล X-plane และเขาตั้งใจว่าจะโฟกัสกับการปฏิบัติตามแผนการทดสอบให้ถูกต้องที่สุด
เขากล่าวว่าช่วงเวลาที่ได้บิน X-59 จริง ๆ อาจจะยังไม่ซึมลึกในทันที เพราะสิ่งสำคัญที่สุดระหว่างภารกิจคือการทำภารกิจตามรายการทดสอบให้ครบและแม่นยำ ความรู้สึกว่าตัวเองได้ขับ X-plane อาจจะตามมาทีหลังเมื่อภารกิจผ่านไปแล้ว
มีเครื่องบินติดตามประกบระหว่างการทดสอบ
ในเที่ยวบินนี้ Less จะมี Nils Larson นักบินทดสอบของ NASA อีกคนบินประกบอยู่ใกล้ ๆ ด้วยเครื่องบิน NASA F/A-18 เพื่อสังเกตการณ์ X-59 ระหว่างการทดสอบ โดย Larson คือผู้ที่เคยทำการบินครั้งแรกของ X-59 ไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025
หลังการบินครั้งแรก NASA และบริษัท Lockheed Martin ได้ทำงานตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องอย่างเข้มข้น รวมถึงการถอดเครื่องยนต์ ถอดส่วนหางล่าง ถอดเบาะนักบิน และเปิดแผงมากกว่า 70 จุดเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะติดตั้งทุกอย่างกลับเข้าที่อีกครั้ง
ทดสอบภาคพื้นดินก่อนขึ้นบิน
หนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนการบินครั้งนี้คือการทดสอบภาคพื้นดินที่ทีมงานดำเนินการเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ซึ่งเป็นการสตาร์ตและเดินเครื่องยนต์ F414-GE-100 ที่ดัดแปลงมาจากเครื่องยนต์ของ F/A-18 Super Hornet ทีมวิศวกรระบุว่าการได้เห็น X-59 กลับมามีชีวิตบนพื้นอีกครั้งเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น และทำให้ทุกคนตระหนักว่าเครื่องบินลำนี้เดินทางมาไกลแค่ไหนแล้ว
เที่ยวบินครั้งที่สองจะคล้ายครั้งแรก แต่เพิ่มระดับการทดสอบ
NASA อธิบายว่าเที่ยวบินครั้งที่สองจะมีลักษณะคล้ายกับเที่ยวบินแรกในหลายส่วน โดยทีมจะเริ่มจากเงื่อนไขการบินที่เคยใช้แล้วในการบินครั้งแรก เพื่อยืนยันว่า X-59 ยังทำงานได้ตามปกติหลังผ่านช่วงบำรุงรักษาใหญ่ จากนั้นจึงค่อยเริ่มเข้าสู่การขยายขอบเขตการบิน ด้วยการทดสอบในระดับที่สูงขึ้นและเร็วขึ้นเล็กน้อย
- การบินครั้งที่สอง: เริ่มจากเงื่อนไขเดิมที่เคยใช้ในการบินครั้งแรก
- ระยะเริ่มต้นของ envelope expansion: ประมาณ 230 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่ระดับความสูง 12,000 ฟุต
- ขั้นถัดไป: เพิ่มเป็น 260 ไมล์ต่อชั่วโมง ที่ระดับความสูง 20,000 ฟุต
- เป้าหมายระยะยาว: ประมาณ 925 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ Mach 1.4 ที่ระดับ 55,000 ฟุต
จากการขึ้นบินครั้งแรก สู่การขยายขอบเขตการบิน
NASA ระบุว่าการบินครั้งแรกถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ที่สุดของ X-59 เพราะเป็นการพาเครื่องบินจากภาคพื้นขึ้นสู่อากาศเป็นครั้งแรก แต่จากนี้ไปการพัฒนาและการทดสอบจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น โดยเพิ่มความเร็วและความสูงทีละน้อย พร้อมสังเกตข้อมูลและพฤติกรรมของเครื่องอย่างใกล้ชิด
Less อธิบายว่าทีมจะไม่เร่งรีบเกินไป แต่จะค่อย ๆ ขยับขีดจำกัดขึ้นอย่างรอบคอบ จนในที่สุดเครื่องจะไปถึงจุดที่สามารถบินเหนือเสียงได้ และเดินหน้าสู่เป้าหมายสูงสุดของโครงการที่ Mach 1.4 ที่ระดับประมาณ 55,000 ฟุต
X-59 คือหัวใจของภารกิจ Quesst
X-59 เป็นหัวใจสำคัญของภารกิจ Quesst ของ NASA ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดยุคใหม่ของการบินพาณิชย์เหนือเสียงเหนือพื้นดิน ในอดีต เครื่องบินเหนือเสียงมักสร้างโซนิคบูมที่ดังมากจนเป็นอุปสรรคต่อการใช้งานเชิงพาณิชย์เหนือพื้นที่ชุมชน แต่ X-59 ถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนแรงกระแทกจากคลื่นกระแทกดังกล่าว ให้เหลือเพียงเสียงกระทบเบากว่ามาก
หากเทคโนโลยีนี้พิสูจน์ได้สำเร็จ ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการการบิน ทั้งในแง่เวลาเดินทางและข้อกำหนดการบินเหนือเสียงในอนาคต
แผนทดสอบหลังจากนี้
การขยายขอบเขตการบินหรือ envelope expansion ถือเป็นระยะที่ 1 ของภารกิจ Quesst หลังจากนั้น NASA จะเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการทดสอบเพื่อยืนยันสมรรถนะด้านเสียงของเครื่องบิน ทีมวิศวกรจะศึกษาว่ารูปทรงของ X-59 สามารถกระจายคลื่นกระแทก ที่ปกติจะรวมตัวเป็นโซนิคบูมได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
เมื่อผ่านการยืนยันสมรรถนะด้านเสียงแล้ว NASA มีแผนจะนำ X-59 บินผ่านชุมชนที่ได้รับคัดเลือกในสหรัฐฯ เพื่อเก็บข้อมูลว่าผู้คนบนพื้นรับรู้เสียงแบบใหม่ของเครื่องบินลำนี้อย่างไร จากนั้นผลการศึกษาเหล่านี้จะถูกส่งต่อให้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ และนานาชาติ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณากฎระเบียบการบินเหนือเสียงในอนาคต
สรุป
การเตรียมขึ้นบินครั้งที่สองของ X-59 คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ Quesst ของ NASA เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทดสอบเชิงลึกตลอดปี 2026 ทีมงานจะค่อย ๆ เพิ่มความเร็วและระดับความสูงของเครื่องอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อพา X-59 ไปสู่เป้าหมายการบินเหนือเสียงแบบเงียบที่ Mach 1.4 หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน เครื่องบินลำนี้อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญ ที่ช่วยเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการเดินทางทางอากาศที่รวดเร็วขึ้นและรบกวนชุมชนน้อยลงกว่าเดิม