จันทรุปราคาเต็มดวง 31 ธันวาคม 2571 ปรากฏการณ์ Blood Moon คืนส่งท้ายปีที่ไทยมองเห็น

Image Credit: NASA Ames Research Center/Brian Day
จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งต่อไปของประเทศไทย 31 ธันวาคม 2571 คืนข้ามปีที่ไม่ควรพลาด

จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งต่อไปของประเทศไทย 31 ธันวาคม 2571 คืนข้ามปีที่ไม่ควรพลาด

เผยแพร่สำหรับบทความข่าวดาราศาสตร์ | Siam Astronomy

หากใครกำลังถามว่า “จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งต่อไปของประเทศไทยจะเกิดเมื่อไร” คำตอบคือ ปรากฏการณ์สำคัญครั้งถัดไปที่คนไทยจะมีโอกาสชมได้ จะเกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2571 ต่อเนื่องเข้าสู่เช้ามืดวันที่ 1 มกราคม 2572 ซึ่งนับเป็นคืนข้ามปีที่ท้องฟ้าจะมอบภาพอันน่าตื่นตาให้กับผู้สังเกตการณ์ทั่วประเทศ

จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งนี้มีความพิเศษตรงที่เกิดในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทำให้บรรยากาศการชมท้องฟ้ามีความน่าจดจำมากยิ่งขึ้น และเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการติดตามด้วยตาเปล่า

จันทรุปราคาเต็มดวงคืออะไร

จันทรุปราคาเต็มดวงเกิดขึ้นเมื่อโลกโคจรมาอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์พอดี ทำให้เงาของโลกทอดบังดวงจันทร์ทั้งดวง ในช่วงเวลาที่ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าไปอยู่ในเงามืดลึกที่สุด ผู้สังเกตจากโลกจะเห็นดวงจันทร์ค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากสว่างปกติไปเป็นสีแดงอิฐหรือแดงคล้ำ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกแบบไม่เป็นทางการว่า “ดวงจันทร์สีเลือด” หรือ Blood Moon

สีแดงที่เห็นไม่ได้หมายความว่าดวงจันทร์เปลี่ยนสีด้วยตัวเอง แต่เป็นผลจากแสงอาทิตย์ที่ผ่านชั้นบรรยากาศของโลกแล้วหักเหเข้าสู่เงาโลก โดยแสงสีแดงสามารถเดินทางผ่านได้ดีกว่าสีอื่น จึงทำให้ผิวดวงจันทร์ในช่วงคราสเต็มดวง ดูมีเฉดสีแดงหรือส้มเข้มอย่างโดดเด่น

วันและเวลาที่น่าจับตาในประเทศไทย

  • เริ่มเกิดเงามัว: คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2571 เวลา 21:03 น.
  • เริ่มเกิดคราสบางส่วน: เวลา 22:07 น.
  • เริ่มเกิดคราสเต็มดวง: เวลา 23:16 น.
  • กึ่งกลางคราส: ประมาณ 23:52 น.
  • สิ้นสุดคราสเต็มดวง: วันที่ 1 มกราคม 2572 เวลา 00:27 น.
  • สิ้นสุดคราสบางส่วน: เวลา 01:36 น.
  • สิ้นสุดเงามัว: เวลา 02:40 น.

กล่าวได้ว่า ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของปรากฏการณ์จะอยู่ในช่วงก่อนเที่ยงคืนต่อเนื่องหลังเที่ยงคืนไม่นาน จึงเหมาะกับการเฝ้าชมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่หัวค่ำของคืนวันที่ 31 ธันวาคม ไปจนถึงหลังขึ้นปีใหม่ไม่นานนัก

คนไทยจะเห็นได้อย่างไร

สำหรับประเทศไทย ปรากฏการณ์นี้ถือว่าอยู่ในช่วงเวลาที่ค่อนข้างเหมาะแก่การชม เพราะดวงจันทร์อยู่เหนือขอบฟ้าในช่วงกลางคืนอยู่แล้ว ผู้สังเกตสามารถมองด้วยตาเปล่าได้ทั่วประเทศ หากท้องฟ้าโปร่งและไม่มีเมฆฝนบดบัง โดยไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันดวงตาแบบสุริยุปราคา

อย่างไรก็ตาม หากใช้กล้องสองตาหรือกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็ก ก็จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวดวงจันทร์ และการเปลี่ยนแปลงของเงาที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เหมาะทั้งสำหรับผู้เริ่มต้นดูดาวและผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพท้องฟ้ายามค่ำคืน

ทำไมคืน 31 ธันวาคม 2571 จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ

ปกติแล้วปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวงก็เป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจอยู่แล้ว แต่การที่มันเกิดตรงกับคืนข้ามปี ยิ่งเพิ่มความพิเศษให้มากขึ้นไปอีก เพราะผู้คนจำนวนมากมักออกมานับถอยหลังหรือใช้เวลานอกบ้านในช่วงค่ำคืนดังกล่าว จึงมีโอกาสที่หลายคนจะได้ชมปรากฏการณ์นี้พร้อมกันทั่วประเทศ

สำหรับสายถ่ายภาพ นี่อาจเป็นหนึ่งในคืนที่มีองค์ประกอบสมบูรณ์แบบมากที่สุดของปี ทั้งบรรยากาศปีใหม่ แสงเมืองยามค่ำคืน และดวงจันทร์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง เป็นภาพที่ทั้งสวยงามและมีคุณค่าทางดาราศาสตร์ในเวลาเดียวกัน

หมายเหตุ: การชมจันทรุปราคาแตกต่างจากการชมสุริยุปราคา เพราะสามารถมองด้วยตาเปล่าได้อย่างปลอดภัย แต่ควรเลือกสถานที่ที่ท้องฟ้าเปิดโล่ง และอยู่ห่างจากแสงไฟรบกวนให้มากที่สุด

วิธีเตรียมตัวดูจันทรุปราคาเต็มดวง

หากต้องการชมให้ได้บรรยากาศดีที่สุด ควรเลือกสถานที่ที่มองเห็นท้องฟ้าได้กว้าง เช่น ดาดฟ้า ลานโล่ง หรือพื้นที่ชานเมืองที่มีมลภาวะแสงน้อย เตรียมเก้าอี้พับ กล้องส่องทางไกล กล้องถ่ายภาพ หรือขาตั้งกล้องไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการเก็บภาพช่วงคราสเต็มดวงซึ่งเกิดในเวลาค่อนข้างดึก

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้า เพราะแม้ปรากฏการณ์จะเกิดขึ้นแน่นอนตามกลไกการโคจรของโลกและดวงจันทร์ แต่การมองเห็นจากแต่ละพื้นที่จะขึ้นอยู่กับเมฆ ฝน และสภาพท้องฟ้าในคืนนั้นด้วย

ความน่าสนใจทางวิทยาศาสตร์

จันทรุปราคาเต็มดวงเป็นโอกาสดีในการทำความเข้าใจระบบการโคจรของโลก ดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ เพราะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเรียงตัวเชิงดาราศาสตร์ในระบบสุริยะ นอกจากนี้ สีของดวงจันทร์ในแต่ละครั้งยังอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพบรรยากาศของโลกในช่วงเวลานั้น เช่น ปริมาณฝุ่น ควัน หรืออนุภาคในอากาศ

นั่นหมายความว่า จันทรุปราคาไม่ได้เป็นเพียงภาพสวยงามบนท้องฟ้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนข้อมูลเกี่ยวกับโลกของเราเองในทางอ้อมอีกด้วย

คำถามที่หลายคนอยากรู้

จันทรุปราคาเต็มดวงดูด้วยตาเปล่าได้ไหม

ได้ สามารถดูด้วยตาเปล่าได้อย่างปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องใช้แว่นกรองแสงแบบดูสุริยุปราคา

ต้องดูช่วงไหนถึงจะเห็นดวงจันทร์แดงที่สุด

ช่วงคราสเต็มดวงคือเวลาที่ดวงจันทร์จะมีสีแดงเด่นที่สุด โดยเฉพาะใกล้กึ่งกลางคราส

ถ้าอยู่ในเมืองจะดูได้ไหม

ดูได้ แต่หากออกไปยังพื้นที่ที่มืดกว่าและท้องฟ้าเปิดโล่งกว่า ภาพที่เห็นจะสวยและชัดมากขึ้น

สรุป

จันทรุปราคาเต็มดวงครั้งต่อไปที่ประเทศไทยจะได้ชมหลังปี 2569 คือคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2571 ต่อเนื่องถึง 1 มกราคม 2572 ซึ่งถือเป็นคืนข้ามปีที่มีความพิเศษมากทั้งในเชิงดาราศาสตร์และบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง หากท้องฟ้าเป็นใจ คนไทยทั่วประเทศจะมีโอกาสเห็นดวงจันทร์ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างชัดเจน และนี่อาจเป็นหนึ่งในไฮไลต์ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่น่าจดจำที่สุดของช่วงปลายทศวรรษนี้

แท็ก: จันทรุปราคาเต็มดวง, ดวงจันทร์สีเลือด, ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์, ดูดาวประเทศไทย, Siam Astronomy
Previous Post Next Post