ดาวพฤหัสบดีแท้จริงแล้วเป็นดาวประเภทใด ทำไมจึงไม่ใช่ “ดาว” แบบดวงอาทิตย์

 

NASA/JPL-Caltech/SwRI/MSSS


เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ดาวพฤหัสบดีปรากฏเป็นจุดสว่างโดดเด่น จนหลายคนอาจสงสัยว่า ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวฤกษ์แบบเดียวกับดวงอาทิตย์หรือไม่ และเหตุใดจึงไม่สามารถส่องแสงเองได้เหมือนดาวฤกษ์ ทั้งที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะอย่างมาก

คำตอบคือ ดาวพฤหัสบดี ไม่ใช่ดาวฤกษ์ แต่จัดอยู่ในกลุ่ม ดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ (Gas Giant) และมีลักษณะทางฟิสิกส์ที่แตกต่างจากดาวฤกษ์อย่างชัดเจน

ดาวพฤหัสบดีคือดาวเคราะห์แก๊สยักษ์

ดาวพฤหัสบดีเป็นดาวเคราะห์ที่มีมวลมากที่สุดในระบบสุริยะ คิดเป็นมากกว่าสองเท่าของมวลดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ รวมกัน องค์ประกอบหลักของมันคือ

ไฮโดรเจน

ฮีเลียม

ซึ่งเป็นก๊าซชนิดเดียวกับที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการฟิวชันของดาวฤกษ์ แต่ปริมาณมวลของดาวพฤหัสบดี ยังไม่มากพอ ที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่แก่นกลางเหมือนดวงอาทิตย์

ด้วยเหตุนี้ ดาวพฤหัสบดีจึงไม่สามารถผลิตพลังงานจากการหลอมรวมของนิวเคลียส และไม่สามารถส่องแสงด้วยตัวเองในแบบเดียวกับดาวฤกษ์

แล้วทำไมดาวพฤหัสบดีถึงสว่างบนท้องฟ้า

แสงที่เราเห็นจากดาวพฤหัสบดีเป็นเพียง แสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์ คล้ายกับที่ดวงจันทร์ส่องสว่างในยามค่ำคืน แต่เนื่องจากดาวพฤหัสบดีมีขนาดใหญ่มาก และมีชั้นเมฆหนาที่สะท้อนแสงได้ดี จึงทำให้มันดูสว่างโดดเด่นเมื่อมองจากโลก

ในช่วงที่ดาวพฤหัสบดีอยู่ใกล้โลกที่สุดในรอบปี หรือช่วง Opposition ความสว่างจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จนสามารถมองเห็นได้ง่ายด้วยตาเปล่า

ดาวพฤหัสบดีเกือบจะเป็น “ดาวแคระน้ำตาล” หรือไม่

ในทางดาราศาสตร์ มีวัตถุอีกประเภทหนึ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างดาวเคราะห์กับดาวฤกษ์ เรียกว่า ดาวแคระน้ำตาล (Brown Dwarf)

วัตถุประเภทนี้มีมวลมากพอที่จะเกิดปฏิกิริยาฟิวชันของไฮโดรเจนบางชนิด เช่น ดิวเทอเรียม แต่ไม่มากพอที่จะกลายเป็นดาวฤกษ์เต็มตัว

อย่างไรก็ตาม ดาวพฤหัสบดีมีมวลเพียงประมาณ

1 ใน 80 ของมวลดาวฤกษ์ขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการเกิดฟิวชันไฮโดรเจน

และประมาณ 1 ใน 13 ของมวลขั้นต่ำของดาวแคระน้ำตาล

นั่นหมายความว่า แม้ดาวพฤหัสบดีจะใหญ่โตมากในระบบสุริยะ แต่ก็ยัง “เล็กเกินไป” ที่จะเป็นดาวฤกษ์หรือดาวแคระน้ำตาล

ดาวพฤหัสบดีเป็นแหล่งพลังงานความร้อนของตัวเอง

แม้จะไม่ส่องแสงเองเหมือนดาวฤกษ์ แต่ดาวพฤหัสบดี ปล่อยพลังงานออกมามากกว่าที่มันได้รับจากดวงอาทิตย์

พลังงานส่วนหนึ่งมาจาก

ความร้อนตกค้างตั้งแต่ยุคก่อตัวของระบบสุริยะ

การยุบตัวของมวลภายในอย่างช้า ๆ (Kelvin–Helmholtz contraction)

พลังงานนี้เป็นสาเหตุของ

พายุขนาดยักษ์

ลวดลายเมฆที่ซับซ้อน

การไหลเวียนของชั้นบรรยากาศที่รุนแรง

ซึ่งทำให้ดาวพฤหัสบดีเป็นหนึ่งในดาวเคราะห์ที่มีสภาพอากาศรุนแรงที่สุดในระบบสุริยะ

โครงสร้างภายในของดาวพฤหัสบดี

ดาวพฤหัสบดีไม่มีพื้นผิวแข็งแบบโลก

โครงสร้างของมันเปลี่ยนจากก๊าซไปเป็นของเหลว และอาจมีแก่นแข็งเล็กน้อยอยู่ลึกลงไปภายใน

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าภายในดาวพฤหัสบดีประกอบด้วย

ชั้นไฮโดรเจนในสถานะโลหะ ซึ่งนำไฟฟ้าได้

เป็นแหล่งกำเนิดสนามแม่เหล็กที่ทรงพลังที่สุดในระบบสุริยะ

สนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดีมีความแรงมากจนสามารถก่อให้เกิดแถบรังสีอันตรายรอบดาว และส่งผลต่อดวงจันทร์บริวารหลายดวง

บทสรุป

ดาวพฤหัสบดีไม่ใช่ดาวฤกษ์ แต่เป็น ดาวเคราะห์แก๊สยักษ์ ที่มีขนาดใหญ่และมีมวลมากที่สุดในระบบสุริยะ แม้จะประกอบด้วยธาตุเดียวกับดาวฤกษ์ แต่ก็มีมวลไม่เพียงพอที่จะจุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน

อย่างไรก็ตาม ดาวพฤหัสบดีไม่ได้เป็นเพียงก้อนก๊าซธรรมดา แต่เป็นวัตถุที่มีโครงสร้างภายในซับซ้อน มีพลังงานภายในสูง และมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของระบบสุริยะ ทั้งในแง่แรงโน้มถ่วงและการป้องกันวัตถุขนาดเล็กจากอวกาศที่อาจพุ่งเข้าสู่บริเวณดาวเคราะห์ชั้นใน

มันจึงเป็นทั้ง “ยักษ์ผู้พิทักษ์” และห้องทดลองธรรมชาติของฟิสิกส์ดาวเคราะห์ ที่ยังคงรอให้มนุษย์ศึกษาและค้นพบความลับต่อไป

Previous Post Next Post