Photo Credit: NASA/Jim Ross
Artemis II คือภารกิจ “มีมนุษย์ขึ้นบิน” ครั้งแรกของโครงการ Artemis และเป็นการเดินทางของมนุษย์ไปสู่ห้วงอวกาศลึกใกล้ดวงจันทร์ครั้งแรกนับตั้งแต่ยุค Apollo จุดสำคัญของภารกิจนี้ไม่ใช่การลงจอด แต่เป็น “การทดสอบระบบทั้งหมดแบบเต็มรูปแบบเมื่อมีมนุษย์อยู่บนยาน” เพื่อปูทางสู่ภารกิจลงจอดดวงจันทร์ในขั้นถัดไปของ Artemis
วันปล่อย Artemis II (อัปเดตเป้าหมายล่าสุด)
เป้าหมายปล่อย (No Earlier Than) หรือไม่ช้ากว่า: 5 กุมภาพันธ์ 2026.
NASA ระบุกรอบเป้าหมายโดยรวมว่า มีโอกาสปล่อยได้ตั้งแต่ช่วงกุมภาพันธ์ และตั้งเป้า “ไม่เกิน” ช่วงเมษายน 2026
หมายเหตุสำคัญ: วันปล่อยจริงของจรวดและภารกิจมนุษย์ขึ้นบินมัก “ขยับ” ได้จากปัจจัยเทคนิค สภาพอากาศ และตารางการทดสอบก่อนปล่อย ดังนั้นการยึดตามกรอบ “กุมภาพันธ์–เมษายน 2026” ถือว่าเป็นภาพรวมที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้
Artemis II คืออะไร ทำไมสำคัญมาก
Artemis II คือการทดสอบยาน Orion พร้อมลูกเรือจริง โดยปล่อยด้วยจรวด SLS (Space Launch System) Block 1 แล้วส่งมนุษย์ออกไปไกลกว่า “วงโคจรโลกต่ำ” อย่างแท้จริง ไปถึงเส้นทางบินใกล้ดวงจันทร์ ก่อนกลับสู่โลกในภารกิจราว 10 วัน
ความสำคัญของ Artemis II คือ “ด่านทดสอบสุดเข้ม” ก่อนจะไปสู่การลงจอดในภารกิจถัดไป เพราะการบินแบบมีมนุษย์ทำให้ต้องพิสูจน์ทุกอย่าง ตั้งแต่ระบบยังชีพ ไปจนถึงการสื่อสารในอวกาศลึก และการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูง
ใครคือทีมลูกเรือ Artemis II
ลูกเรือมี 4 คน ได้แก่
Reid Wiseman (ผู้บังคับการ)
Victor Glover (นักบิน)
Christina Koch (ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ)
Jeremy Hansen (ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ จากแคนาดา)
ภารกิจนี้ทำให้แคนาดามีส่วนร่วมในเที่ยวบินไปดวงจันทร์ระดับ “ลูกเรือ” อย่างเป็นประวัติศาสตร์ และเป็นภาพสะท้อนการร่วมมือระหว่างประเทศในยุค Artemis
เส้นทางบินและแผนภารกิจโดยย่อ
Artemis II จะพาลูกเรือออกจากโลก ไปสู่เส้นทางอวกาศลึกที่มุ่งหน้าไปยังดวงจันทร์ จากนั้นทำ การบินเฉียด/โคจรผ่านใกล้ดวงจันทร์ ในรูปแบบที่ออกแบบให้ยานสามารถ “กลับโลกได้” ตามกลศาสตร์วงโคจร (แนวคิด free-return/ใกล้เคียง) ก่อนกลับเข้าสู่โลกและลงจอดแบบแคปซูล
NASA วางกรอบระยะเวลาภารกิจไว้ราว 10 วัน ซึ่งเพียงพอให้ทดสอบการทำงานร่วมกันของระบบหลัก ๆ เมื่อมีมนุษย์อยู่บนยานต่อเนื่องหลายวันในสภาพแวดล้อมอวกาศลึก
Artemis II จะทดสอบอะไรบ้าง (หัวใจของภารกิจ)
สิ่งที่ Artemis II ต้องพิสูจน์แบบ “ใช้งานจริง” คือ
ระบบยังชีพและความอยู่รอดของลูกเรือ
อากาศ น้ำ การควบคุมอุณหภูมิ การกำจัดของเสีย และการทำงานระยะยาวในพื้นที่จำกัดของยาน Orion
การนำร่อง สื่อสาร และการควบคุมภารกิจในอวกาศลึก
การติดต่อกับโลกเมื่ออยู่ไกลกว่าวงโคจรโลกต่ำ การบริหารพลังงาน และความแม่นยำของระบบนำร่อง
ความปลอดภัยด้านสภาพแวดล้อมอวกาศ
รวมถึงการเฝ้าระวังรังสี และการประเมินผลกระทบต่อมนุษย์ระหว่างอยู่ห่างจากเกราะแม่เหล็กโลก
การกลับสู่โลก (Re-entry) ที่เป็นหนึ่งในช่วงอันตรายที่สุด
Orion ต้องกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูงมากและทนความร้อนระดับสุดขั้ว การทดสอบนี้คือกุญแจความมั่นใจของภารกิจมนุษย์ในอนาคต
ทำไม “ไม่ลงจอด” แต่ยังเป็นก้าวที่ขาดไม่ได้
การลงจอดดวงจันทร์ต้องอาศัยระบบเพิ่มอีกหลายชั้น เช่น ยานลงจอด (lunar lander) ชุดอวกาศ EVA และสถาปัตยกรรมภารกิจที่ซับซ้อนกว่า Artemis II มาก Artemis II จึงทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ระหว่างการทดสอบยานแบบไร้มนุษย์ (Artemis I) กับการเดินหน้าสู่ภารกิจลงจอดในอนาคต โดยลดความเสี่ยงด้วยการค่อย ๆ ยกระดับความยาก
ประเด็นที่ทำให้กำหนดปล่อยอาจเลื่อน
ภารกิจระดับนี้มีตัวแปรสำคัญ เช่น
ขั้นตอนทดสอบก่อนปล่อย (รวมถึงการซ้อมนับถอยหลัง/ทดสอบระบบภาคพื้น)
รายละเอียดเชิงเทคนิคของยาน Orion และการเตรียมความพร้อมก่อนวันปล่อย
การจัดการ “ความไม่สมบูรณ์เล็กน้อย” ที่ต้องแก้ให้จบก่อนบินจริง ซึ่งมีรายงานว่าเคยกระทบตารางการซ้อมขั้นตอนวันปล่อย
สรุป
Artemis II คือ “เที่ยวบินพิสูจน์ระบบ” ที่สำคัญที่สุดของยุคหลัง Apollo เพราะเป็นครั้งแรกที่มนุษย์จะกลับไปสู่เส้นทางใกล้ดวงจันทร์ด้วยยานและจรวดรุ่นใหม่ของ NASA เป้าหมายปล่อยล่าสุดอยู่ในกรอบ กุมภาพันธ์–เมษายน 2026 โดยมีการระบุ ไม่ก่อน 5 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นหมุดหมายปัจจุบัน การทดสอบทุกส่วนของ Orion และ SLS เมื่อมีมนุษย์อยู่จริง จะเป็นข้อมูลชี้ชะตาว่า Artemis จะก้าวสู่การลงจอดและการตั้งหลักบนดวงจันทร์ได้เร็วและปลอดภัยแค่ไหน
Tags:
เรื่องราวอวกาศ