สรุปเหตุการณ์:
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม และ 1 พฤศจิกายน 2568 (ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น) นักดาราศาสตร์สมัครเล่นชาวญี่ปุ่น Daichi Fujii ซึ่งทำหน้าที่ภัณฑารักษ์ด้านดาราศาสตร์ที่ Hiratsuka City Museum ได้บันทึกภาพวิดีโอของ “แสงวาบ” (flash) ที่เกิดจากการชนของอุกกาบาตบนพื้นผิวของ ดวงจันทร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้:
เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเวลา 20:30 น. JST (ญี่ปุ่น) ของวันที่ 30 ตุลาคม 2568 (ซึ่งตรงกับเวลา 11:30 น. GMT) ถูกบันทึกโดย Fujii โดยบริเวณที่ชนอยู่ทางตะวันออกของหลุมอุกกาบาต Gassendi Crater บนดวงจันทร์.
เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นเวลา 20:49 น. JST ของวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 (1149 GMT) บริเวณด้านตะวันตกของทะเลดวงจันทร์ (lunar mare) Oceanus Procellarum.
จากการวิเคราะห์เบื้องต้นของ Fujii พบว่าอุกกาบาตอาจมาจากกระแสฝุ่นดาวตก Southern Taurids ซึ่งมีช่วงพีกราววันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 และอีกกระแสคือ Northern Taurids ที่พีกช่วงวันที่ 9 พฤศจิกายน.
สำหรับเหตุการณ์วันที่ 30 ตุลาคม Fujii วิเคราะห์ว่าอุกกาบาตมีความเร็วประมาณ 27 กม./วินาที (≈60,000 ไมล์/ชม) และมุมกระทบประมาณ 35° ซึ่งน่าจะขุดหลุมขนาดประมาณ 3 เมตร (10 ฟุต) บนพื้นผิวของดวงจันทร์.
---
ทำไมเหตุการณ์นี้จึงน่าสนใจ
1. ยืนยันว่าแรงกระแทกยังดำเนินอยู่บนดวงจันทร์
เนื่องจากดวงจันทร์มีบรรยากาศเบาบางจนแทบไม่มี ที่จะชะลออุกกาบาตก่อนชนพื้น ผิวดวงจันทร์จึงรับแรงกระแทกไปอย่างเต็มที่ — และเหตุการณ์นี้ยืนยันว่ามีการชนเกิดขึ้นแบบทันสมัยจริง ๆ.
2. บันทึกภาพโดยนักสมัครเล่น
โดยทั่วไปการบันทึกเหตุการณ์ชนบนดวงจันทร์มักทำโดยโครงการเฉพาะ เช่น NELIOTA ของ European Space Agency (ESA) ซึ่งตั้งกล้องความเร็วสูงจ้องดูดวงจันทร์อยู่แล้ว — แต่ครั้งนี้ Fujii ทำจากบ้านของตนเอง ถือเป็นตัวอย่างว่า “นักดาราศาสตร์สมัครเล่น” ก็สามารถมีส่วนในงานวิจัยเชิง observational ได้.
3. ข้อมูลเชิงปริมาณช่วยประเมินภัยและการสำรวจในอนาคต
ข้อมูลจากเหตุการณ์เหล่านี้ช่วยให้สามารถประมาณอัตราการเกิดอุกกาบาตชนดวงจันทร์ (impact flux) ซึ่งมีนัยต่อนักสำรวจดวงจันทร์และโครงการมนุษย์อวกาศในอนาคต เช่น Artemis Program ของสหรัฐฯ (ที่ตั้งเป้าส่งคนกลับดวงจันทร์) เพราะหากทราบอัตราและขนาดของแรงกระแทก ก็สามารถประเมินความเสี่ยงของอุปกรณ์/มนุษย์ได้.
---
บทวิเคราะห์เชิงลึก
องค์ประกอบของเหตุการณ์
ความเร็วและมุมกระทบ: ในกรณีที่รายงานสำหรับวันที่ 30 ตุลาคม พบความเร็วประมาณ 27 กม./วินาที และมุมกระทบประมาณ 35° ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะทั่วไปของอุกกาบาตไมโคร-เมติโอไรด์ (meteoroid) ที่ชนดวงจันทร์.
มวลและขนาด: Fujii ระบุว่าอุกกาบาตมีมวลประมาณ 0.2 กิโลกรัม (0.4 ปอนด์) และอาจสร้างหลุมขนาดราว 3 เมตร.
ความสว่างของแสงวาบ: Flash เกิดขึ้นช่วงจังหวะกลางคืนของดวงจันทร์ (คือฝั่งที่ไม่โดนแสงอาทิตย์ตรงจากมุมมองโลก) ทำให้แสงวาบที่เกิดจากการชนโดดเด่นต่อกล้อง.
ความหมายเชิงวิทยาศาสตร์
ดวงจันทร์ยังได้รับแรงกระแทกต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราจะน้อยกว่าพื้น โลกหากเทียบต่อตารางเมตร เนื่องจากพื้นโลกถูกบรรยากาศคอยกรองหินอวกาศขนาดเล็ก.
ข้อมูลจากการบันทึก (เช่น NELIOTA และเหตุการณ์ของ Fujii) ช่วยให้มีฐานข้อมูลเชิงสถิติสำหรับอุกกาบาตที่ชนดวงจันทร์ — ซึ่งมีความสำคัญต่อการประเมินความปลอดภัยของภารกิจในอนาคต.
การชนบนดวงจันทร์อาจใช้เป็นแบบจำลองเพื่อคาดการณ์ว่าเกิดอะไรได้บนโลก หากไม่มีชั้นบรรยากาศ — ให้บทเรียนเกี่ยวกับการปกป้องอุปกรณ์/มนุษย์บนดาว เคราะห์/ดวงจันทร์อื่น ๆ.
ข้อจำกัดของข้อมูล
แม้จะบันทึกแสงวาบได้ แต่ยังไม่มีภาพยืนยันของหลุมที่ถูกสร้าง หรือวัดขนาดอย่างแม่นยำ — ต้องอาศัยการสำรวจภายหลังโดยยานอวกาศหรือกล้องพิเศษ.
การระบุเส้นทางต้นกำเนิดของอุกกาบาต (เช่น จากฝุ่นดาวตกใด) มีความไม่แน่นอน — ในกรณี Fujii เขียนว่าสามารถ เป็น จาก Taurids แต่ยังไม่ยืนยัน.
---
บทสรุป
เหตุการณ์แสงวาบบนพื้นผิวดวงจันทร์ที่บันทึกโดย Daichi Fujii ถือเป็นหลักฐานชั้นดีว่าแม้ในยุค นี้ ดวงจันทร์ยังคงได้รับอุกกาบาตชนอยู่ — ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการ “โชว์ภาพสวย” แต่ยังมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์ทั้งในด้านอัตราการชน, พลังงานของการชน, และบทเรียนสำหรับการสำรวจในอนาคตด้วย
หากคุณสนใจ ผมสามารถช่วยค้นบทความฉบับเต็มของ Fujii พร้อมวิดีโอประกอบและแหล่งข้อมูลเชิงเทคนิคเพิ่มเติมครับ
---
แหล่งอ้างอิงหลัก
“Astronomer captures 2 meteors slamming into the moon (video)”, Space.com, 4 พ.ย. 2568.
“Boom! Japanese astronomer catches meteorite smashing into the moon (video)”, Space.com, 10 มี.ค. 2566.
Madiedo J.M., Ortíz J.L., Morales N. et al., “First determination of the temperature of a lunar impact flash…”, arXiv, 9 ก.ค. 2561.
Tags:
Space News